ข่าว

ตร.รู้ตัวคนร้ายปล้นเศรษฐีนีขอเวลา2-3วันจับตัวได้

ตร.รู้ตัวคนร้ายปล้นเศรษฐีนีขอเวลา2-3วันจับตัวได้

02 มี.ค. 2552

พิษณุโลก - ผบก.ภ.จว.พิษณุโลกเผยรู้ตัวแก๊งค์คนร้ายปล้นเศรษฐีนีลิเกแล้ว เป็นคนใกล้ชิด เคยเข้าออกบ้านและมีสัมพันธ์แนบแน่นกับเหยื่อ ส่วนผู้ลงมือปล้น 3 คน มีพฤติการณ์การลงมือคล้ายคนในเครื่องแบบ กำลังเร่งติดตามคาด 2-3 วันได้ตัวแน่ ขณะที่พนักงานสอบสวนเรียกเหยื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีปล้นเศรษฐีนีลิเก นางมนูญ โปรดครบุรี และนางสาวกานดา คาเดช หลานสาว ที่ถูกคนร้ายเป็นชาย 3 คน เข้าปล้นในบ้านเลขที่ 227 ม.15 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยจับเหยื่อใส่กุญแจมือ มัดมือ มัดเท้า แล้วกวาดทรัพย์สินหลบหนีไปได้เกือบ 4 ล้านบาท
 ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.พ.ต.ท.จำเริญ สีสังข์ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง เจ้าของคดี ได้เรียกเหยื่อทั้งสองและเพื่อนบ้านพยานที่อยู่บ้านติดกันมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.วังทอง โดยมีพล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มาร่วมสอบปากคำเหยื่อด้วย พร้อมกับพาเหยื่อทั้งสองไปสเก็ตช์ภาพคนร้าย 3 คน ที่ลงมือก่อเหตุที่ภูธรจังหวัดพิษณุโลก
 ขณะที่แนวทางการสอบสวนนั้น พ.ต.ท.จำเริญ สีสังข์ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐาน ที่ขณะนี้ตำรวจวิทยาการเขต 33 พิษณุโลก ได้ไปเก็บลายนิ้วมือของคนร้ายที่ลงมือปล้นในบ้านที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่หลักฐานของคนร้ายนั้น มีเพียงกุญแจมือตำรวจ 2 ชุด เชือกมัดเท้าเหยื่อ และสก็อตเทปสีดำที่ใช้มัดปากเหยื่อเท่านั้น ไม่พบหลักฐานอื่น ๆ ของคนร้ายที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนัก ในการสอบสวนเบื้องต้น เชื่อว่าไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ และผู้ลงมือก่อเหตุต้องเป็นคนที่รู้จักเหยื่อเป็นอย่างดี รู้ข้อมูลภายในของเหยื่อ ขณะที่คนลงมือปล้น 3 คนนั้น ไม่น่าใช่คนในพื้นที่
 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการสอบสวนตำรวจพุ่งเป้าไปที่คนใกล้ชิดนางมนูญ ที่รู้ข้อมูลนางมนูญเป็นอย่างดีว่านางมนูญมีเงินมาก สามีชาวเนเธอร์แลนด์ของนางมนูญที่เสียชิวิตไปแล้วทิ้งมรดกให้นางมนูญ 3 ล้านบาทและเคยเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวหลายครั้ง รู้ว่าเก็บทรัพย์สินไว้ตรงจุดไหน แต่อาจไม่ได้เป็นคนลงมือเอง
 ส่วนผู้ลงมือปล้น 3 คนนั้น จากพฤติการณ์การลงมือ คล้ายกับพฤติการณ์ของคนในเครื่องแบบมาก มีการเข้ามาในบ้านทำทีขอตรวจค้นและเตรียมกุญแจมือมาด้วย ขณะนี้ชุดสืบสวน สภ.วังทอง กำลังตามล่าคนใกล้ชิดของนางมนูญอยู่ พร้อมกับทำการสเก็ตช์ภาพคนร้าย เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบหาผู้ลงมือกระทำ คดีนี้คาดว่าไม่เกิน 2-3 วัน จะสามารถติดตามแก๊งค์ปล้นรายนี้มาได้
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพักของนางมนูญ ที่ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลกนั้น หลังเกิดเหตุบรรดาญาติและเพื่อสนิทของนางมนูญได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อให้กำลังใจนางมนูญและหลานสาวที่ยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวนางมนูญและนางสาวกานดานั้น ตั้งแต่เวลา 08.00 น . ร้อยเวรได้เชิญตัวไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สภ.วังทอง
 นางมนูญ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ตนรู้จักกับชายคนหนึ่งที่ทราบชื่อเพียงว่านายวิโรจน์ อายุประมาณ 48 ปี เป็นคนราชบุรี โดยพบกันในวงไฮโลในงานศพแห่งหนึ่ง นายวิโรจน์เป็นคนชอบเล่น และจากนั้นตนกับนายวิโรจน์ ได้สานสัมพันธ์กันเรื่อยมาจนสนิทแนบแน่น เคยมากินข้าวที่บ้านตนหลายครั้ง เคยนัดพบกันในโรงแรมในตัวเมืองพิษณุโลกหลายครั้ง
 นางมนูญ กล่าวว่า ด้วยความที่สนิทกัน นายวิโรจน์เคยเอ่ยปากยืมเงินถึง 1 ล้านบาท แต่ตนบอกว่าให้ไม่ได้เพราะเป็นเงินจำนวนมาก และล่าสุดประมาณวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ได้ยืมเงินตน 100,000 บาท และตนก็ให้ไป เพราะเห็นว่าสนิทกันดี นายวิโรจน์บอกว่าเสียเงินไปมากขอไปทำทุน จากนั้นก็โทรศัพท์ติดต่อกันเรื่อยว่า กระทั่งวันเกิดเหตุวันที่ 1 มี.ค.เวลาประมาณ 09.30 น.ก่อนจะถูกคนร้ายเข้ามาปล้นบ้านประมาณ 15 นาที นายวิโรจน์ ก็โทรศัพท์เข้ามาหาตนอีกครั้งหนึ่ง บอกว่าจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ และถามว่าตนอยู่บ้านกับใคร หลังจากนั้นตนก็ถูกคนร้ายเข้ามาปล้นในบ้าน
 จากนั้น หลังเกิดเหตุ เมื่อมีข่าวออกไป เช้าวันที่ 2 มี.ค.นายวิโรจน์ก็โทรศัพท์มาหาตนอีกบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายวิโรจน์บอกว่าไม่ใช่เป็นคนลงมือวางแผนแต่อย่างใด เราเป็นสามีภรรยากันจะทำไปทำไม สำหรับตนแล้ว ขณะนี้คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องการสอบสวนของตำรวจเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้