ข่าว

อังคารที่ 27 ตุลาคม 2552

อังคารที่ 27 ตุลาคม 2552

27 ต.ค. 2552

 00วันก่อนเห็นตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เดินทางไปจัดเวทีสาธารณะเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความจำเป็น ข้อดี ข้อเสีย และบทเรียนจากต่างประเทศ โดยมีประชาชนจากนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ เข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก โดยตัวแทนจาก กฟผ.ย้ำกลางวงว่า ได้สอบถามประชาชนทั่วประเทศ 4 หมื่นชุด ตอบกลับมา 2 หมื่นชุด และที่สำคัญบอกว่า "ส่วนใหญ่เห็นด้วย" แต่ทำไมเสียงของ "ประยุทธ วรรณพรหม" ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมนครศรีฯ กลับบอกว่า ยังไม่ได้รับรู้ข้อดี ข้อเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รู้แต่ว่า กระแสการกว้านซื้อที่ดินย่าน อ.ขนอม นั้น คึกคักจริงๆ

 00 นายหัวไทร ได้รับจดหมายน้อยฉบับหนึ่ง ส่งมาจากชาวบ้านแห่ง ต.โนนสมบูรณ์ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย คร่ำครวญเกี่ยวกับการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการประมูลขายยางพาราก้อน และยางแผ่นดิน ทั้งๆ ที่พยายามรวมกลุ่มกันเป็น "ชมรมกลุ่มพ่อค้ายางพาราจังหวัดหนองคาย" แต่เท่าที่อ่านข้อมูลดูเข้าใจว่า เป็นการเปิดให้กลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และกินค่าหัวคิวไป

 00กลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาทำเหมือนเป็นตัวกลางในการจัดสรรให้การซื้อขายยางพาราในภาคอีสาน โดยเฉพาะหนองคายเป็นไปด้วยความราบรื่น แต่จริงๆ แล้วหาได้เป็นอย่างนั้นไม่ กลุ่มผลประโยชน์กลับมาเรียกค่าหัวคิว เรียกให้สวยหรูว่า "ค่าบริหารจัดการ" กิโลละประมาณ 20 สตางค์-1 บาท ซึ่งนั่นหมายถึง กลุ่มพ่อค้าจะต้องจ่ายให้กลุ่มผลประโยชน์ และผลร้ายย่อมไปตกอยู่กับชาวสวนยางพารานั่นเอง พ่อค้าก็ต้องไปเรียกเก็บต่อจากชาวสวน แทนที่ชาวสวนจะได้ไปเต็มๆ

 00ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมการขายยางพารา ไม่ว่าจะขายเป็นน้ำยางสด หรือยางแผ่นในภาคอีสาน ทำไมต้องมีการประมูลขาย และต้องผ่านคนกลางให้มานั่งกินหัวคิวอยู่อีก หน้ายางพาราในหนองคาย อุดรธานี เริ่มเปิดกรีดมาหลายปีแล้ว น่าจะมีพ่อค้า แม่ค้าไปรับซื้อน้ำยาง หรือยางแผ่น เพื่อส่งต่อให้โรงรม หรือโรงงานแปรรูปได้แล้ว....แต่ก็เข้าใจในความเป็นมือใหม่หัดขับ อาจจะเปิดช่องให้นักแสวงหาประโยชน์เข้าไปกดขี่ขูดรีดได้

 00ประชดกันน่าดู "ชรัตฎา ปานแก้ว" ชาวบ้านแห่ง ต.ควนขัน  อ.เมือง จ.สตูล ระดมชาวบ้านออกมาประสบปัญหาเรื่องถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้านเข้าสู่เมืองระยะทาง 2 กม.พังเสียหาย การสัญจรไปมาลำบาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่พอหน้าแล้งก็ฝุ่นตลบ จึงนำต้นมะละกอ ต้นมะพร้าว มาปลูกบนถนนแทน เพื่อส่งเสียงเรียกร้องดังๆ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแล โดยเฉพาะ อบจ.สตูล และ อบต.ควนขัน ที่ต่างก็รับทราบปัญหามาโดยตลอด แต่.....???

"นายหัวไทร"