
3ร่างประกบพ.ร.บ.กสทช.เข้าสภาพุธนี้
3 ร่างประกบ พ.ร.บ.กสทช. เข้าสภา พุธนี้ คปส. ยิ้ม! รอมานาน 10 ปี ถึงเวลากฎหมายคลอด ชี้ เป็น จุดเริ่มต้นปฎิรูปสื่อ เรียกร้องพิจารณาโปร่งใส ยัน สัดส่วนคลื่น 20 เปอร์เซนต์ต้องเป็นของประชาชน
(2มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธและพฤหัสบดีที่ 4 - 5 มีนาคม มีวาระที่น่าสนใจ โดยวันที่ 4 มีนาคม มีวาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ครม.(นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี) เป็นผู้เสนอ และฉบับที่นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และคณะเป็นผู้เสนอ และฉบับที่นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์และคณะ เป็นผู้เสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ มีสาระสำคัญคล้ายกัน คือ กำหนดให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นองค์กรเดียว ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการดังกล่าวให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 47 ส่วนโครงสร้างภายในองค์กร ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีอำนาจในการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ตลอดจนการออกใบอนุญาตผู้ประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อการดังกล่าวและการเพิกถอนใบอนุญาต การจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และการจัดให้ประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว้าร้อยละ 20 โดยการจัดทำแผนต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ จำนวนและสัดส่วนของคณะกรรมการ โดยร่างของครม.นายสมชาย กำหนดให้มีคณะกรรมการ 10 คน แบ่งเป็น ผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง 2 คน กิจการโทรทัศน์ 2 คน ด้านกิจการโทรคมนาคมหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 3 คน และด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค 3 คน ส่วนการคัดเลือก ให้ผู้เข้ารับการเสนอชื่อ คัดเลือกกันเอง ให้เหลือ 2 เท่า ภายในสัดส่วนของกลุ่มที่เข้ารับการสรรหา จากนั้นให้วุฒิสภา คัดเลือกให้เหลือตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด หากได้ไม่ครบ ให้นายกฯนำบัญชีรายชื่อเสนอครม.พิจารณาให้ครบ
ส่วนร่างของนายเจริญ กำหนดให้มีคณะกรรมการ 12 คน แบ่งเป็น ผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง 2 คน กิจการโทรทัศน์ 2 คน ด้านกิจการโทรคมนาคมหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 3 คน ด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ 2 คน และการคุ้มครองผู้บริโภค 3 คน ส่วนการคัดเลือกคัดเลือก ให้ผู้เข้ารับการเสนอชื่อ คัดเลือกกันเอง ให้เหลือ 2 เท่า ภายในสัดส่วนของกลุ่มที่เข้ารับการสรรหา จากนั้นให้เลขาธิการกสทช.เสนอบัญชีรายชื่อพร้อมข้อเสนอแนะให้ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เพื่อนำเสนอครม. จากนั้นครม.คัดเลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นประธาน รองประธาน และกรรมการ กสทช. ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด และนำรายชื่อเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามลำดับ
ขณะที่ร่างของนายอภิชาต กำหนดให้มีคณะกรรมการ 11 คน แบ่งเป็น ผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง 2 คน กิจการโทรทัศน์ 2 คน ด้านกิจการโทรคมนาคมหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 3 คน และด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค 2 คน ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 1 คน ส่วนการคัดเลือก ให้ผู้เข้ารับการเสนอชื่อ คัดเลือกกันเอง ให้เหลือ 2 เท่า ภายในสัดส่วนของกลุ่มที่เข้ารับการสรรหา จากนั้นให้วุฒิสภา คัดเลือกให้เหลือตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ทั้ง 3 ร่างกำหนดว่า องค์กรที่มีสิทธิ์เสนอชื่อ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี อย่างไรก็ดีในการสรรหาครั้งแรกตามพ.ร.บ.นี้ มีบทเฉพาะกาลกำหนดให้องค์กรที่มีสิทธิ์เสนอชื่อ จดทะเบียนมาไม่น้อยกว่า 2 ปี
นอกจากนี้การจัดแบ่งจำนวนกรรมการในโครงสร้างภายในของทั้ง 3 ร่าง ยังมีความต่างกัน โดยร่างครม.นายสมชายนั้น กำหนดให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีจำนวน 7 คน แบ่งเป็น ประธาน ซึ่ง กสทช. แต่งตั้งจากรองประธาน กสทช. 1 คน ส่วนกรรมการ 3 คน มาจากกรรมการกสทช. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกสทช.แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ไม่เกิน 3 คน
ส่วนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กำหนดให้มีจำนวน 5 คน แบ่งเป็น ประธาน ซึ่ง กสทช. แต่งตั้งจากรองประธาน กสทช. 1 คน ส่วนกรรมการ 2 คน มาจากกรรมการกสทช. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกสทช.แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ กิจการโทรคมนาคม ไม่เกิน 2 คน ส่วนร่างของนายเจริญ ในส่วนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และในส่วนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กำหนดให้มีจำนวนเช่นเดียวกับร่างของครม.
ขณะที่ร่างของนายอภิชาต ในส่วนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กำหนดให้มีจำนวน 5 คน แบ่งเป็น ประธาน ซึ่ง กสทช. แต่งตั้งจากรองประธาน กสทช. 1 คน ส่วนกรรมการ 4 คน มาจากกรรมการกสทช. ส่วนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กำหนดให้มีจำนวน 5 คน แบ่งเป็น ประธาน ซึ่ง กสทช. แต่งตั้งจากรองประธาน กสทช. 1 คน ส่วนกรรมการ 4 คน มาจากกรรมการกสทช.
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ(คปส.) กล่าวว่า ขอให้จับตาดูการพิจารณากฎหมายกฎหมายฉบับนี้ อย่างใกล้ชิดว่าสุดท้ายเนื้อหาจะเป็นอย่างไร เพราะจะเป็นทิศทางของการปฎิรูปสื่อครบวงจรที่รอมานานกว่า 10 ปี หลังจากมีรัฐธรรมนูญ 2540 โดยองค์กรภาคประชาชนเรียกร้องให้คงสัดส่วนการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับภาคประชาชนเอาไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และการพิจารณากฎหมายนี้ทั้ง 3 วาระต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยได้เดินสายล็อบบี้วิปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเพื่อขอเข้าไปมีที่นั่งในคณะกรรมาธิการในการแปรญัตติพ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย



