ข่าว

ชาวสิชลร้องยธ.นายทุนใช้สค.1 บวมออกโฉนดทับคลองสาธารณะ

ชาวสิชลร้องยธ.นายทุนใช้สค.1 บวมออกโฉนดทับคลองสาธารณะ

11 ก.ย. 2561

ชาวสิชลร้องยธ.ถูกนายทุนใช้สค.1 บวมออกโฉนดทับคลองสาธารณะ-ป่าชายเลน ฟ้องชาวบ้านบุกรุก-ขับไล่ 300 ชีวิตออกนอกพื้นที่เตรียมขายให้บ.น้ำมันสร้างโรงกลั่น-ท่าเรือน้ำลึก

 

          ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม - 11 ก.ย. 61 นายพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นำลูกบ้านในพื้นที่มายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยเหลือด้านคดีให้กับชาวบ้านที่ถูกนายทุนฟ้องบุกรุกขับไล่ออกจากพื้นที่ป่าชายเลนโดยสภาพ
 

 

            ชาวสิชลร้องยธ.นายทุนใช้สค.1 บวมออกโฉนดทับคลองสาธารณะ

          นายพรศักดิ์ กล่าวว่า ชาวบ้าน 75 ครัวเรือน 300 กว่าชีวิต อาศัยอยู่บนพื้นที่ป่าชายเลนโดยสภาพมาตั้งแต่ประมาณปี 2515 จนถึงปัจจุบัน ยอมรับว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐ แต่ไม่ใช่การครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน การอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนของชาวบ้านเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงชายฝั่ง แต่นายทุนครอบครองด้วยเอกสารสิทธิ์ เริ่มจากนำ สค. 1 ที่ออกในปี 2498 นำมาขอออกเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก. ในปี 2515 โดยที่ดินเดิมในสค.1 มีเพียง 73 ไร่. แต่เมื่อเป็นนส.3 ก พื้นที่ขยายเป็น 133 ไร่ โดยเป็นการออกน.ส.3 ก.คลุมที่ดินในความครอบครองเดิม คลองสาธารณะและป่าชายเลนไปด้วย และต่อมาในปี 2529 นายทุนได้นำน.ส. 3 ก. ไปเปลี่ยนเป็นโฉนด 2แปลง เนื้อที่ 134 ไร่ แปลงแรกเนื้อที่ 73 ไร่ แปลงที่ 2 เนื้อที่ 51 ไร่ และนำโฉนดไปเป็นหลักฐานฟ้องบุกรุกขับไร่ชาวบ้าน

          นายพรศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังชาวบ้านถูกฟ้องคดีพวกตนเคยขึ้นไปร้องขอความเป็นธรรมที่สำนักนายกรัฐมนตรี และได้มีคำสั่งให้กองทัพภาคที่ 4 เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ของรัฐ โดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่นายทุนพยายามขัดขวางกระบวนการไม่ให้มีการดำเนินการไปสู่การแปลภาพถ่ายทางอากาศ อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 4 และกรมที่ดินได้แปลภาพถ่ายเรียบร้อยแล้ว พบว่านายทุนออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ป่าชายเลน โดยใช้ สค.1 (บวม )ออกเกินกว่าพื้นที่จริง. แต่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมที่ดินไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปก่อนแล้ว และกำลังจะอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ จึงต้องรวมตัวกันมาขอให้ดีเอสไอช่วยตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศคู่ขนาน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานสู้คดีในชั้นฎีกา

       ชาวสิชลร้องยธ.นายทุนใช้สค.1 บวมออกโฉนดทับคลองสาธารณะ

          นายพรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเงินประกันตัวแก่ชาวบ้าน 2 ราย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามีความผิดฐานบุกรุก ให้จำคุกคนละ 1 ปีปรับคนละ 150,000 บาท และให้ออกจากพื้นที่ รวมถึงการช่วยเหลือเงินค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและค่าทนายความ สำหรับนายทุนดังกล่าวย้ายมากรุงเทพฯ แต่ยังเป็นผู้มีอิทธิพล มีเครือญาติรับราชการเป็นทหาร ตำรวจ และอัยการ ชาวบ้านเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือ หากถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกป่าชายเลนก็พร้อมรับสภาพ แต่จะสู้คดีให้ถึงที่สุดไม่ให้ที่ดินของรัฐถูกนายทุนยึดไว้ครอบครอง

          ด้านเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ แต่นายทุนต้องการครอบครองพื้นที่ทั้งหมด เพื่อขายให้กับบริษัทผลิตน้ำมันเอกชนรายใหญ่ใช้ทำโครงการโรงกลั่นน้ำมันและท่าเรือน้ำลึก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับปากอ่าวแม่น้ำที่ออกสู่ทะเล