ข่าว

"บิ๊กโจ๊ก"ลุยจับแก๊งค้ามนุษย์ลวงเด็กหญิง14ค้ากาม

"บิ๊กโจ๊ก"ลุยจับแก๊งค้ามนุษย์ลวงเด็กหญิง14ค้ากาม

08 ก.ย. 2561

"บิ๊กโจ๊ก"ลุยจับแก๊งค้ามนุษย์ลวงเด็กหญิงสาววัย 14 ค้าบริการทางเพศ โดยผ่านสื่อโซเชียล-รวบหนุ่มศรีลังกา ค้ายาเสพติดและฟอกเงิน หลบหนีมากบดานในประเทศไทย

 

          เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 8 ก.ย.2561 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการกระทำผิดทางอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจปฏิบัติการพิเศษหรือ 191 แถลงข่าวจับกุม

          น.ส.อภิสรา หรือนุ้ย  อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ แม่เล้าจัดหาเด็กหญิงไปค้าบริการทางเพศโดยติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย หลังมีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊กของ พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ หักพาล จึงให้ตำรวจสืบสวน จนพบว่ามีเครือข่ายจัดหาเด็กหญิงไปขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จึงส่งสายลับเข้าไปทำการล่อซื้อบริการจากเครือข่ายค้าประเวณีเด็กเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถช่วยเหลือเด็กหญิงไทย อายุ 14 ปี และอายุ 17 ปี จำนวน 2 คน ซึ่งเด็กทั้ง 2 คน ยืนยันถูก น.ส.อภิสรา ล่อลวงให้มาค้าประเวณี

          พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.อภิสรา รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายเอส และ น.ส.สิงห์ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริงนำเด็กหญิงทั้ง 2 มาส่งมอบให้กับสายลับจริง เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีฯ ซึ่งได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี” พร้อมเตรียมขยายผลหาเครือข่ายผู้กระทำความผิดและผู้ใช้บริการมาดำเนินคดีต่อไป

          นอกจากนี้ตำรวจยังจับกุมนายซาลิยา เปรรา วิลลาอรัชเชียก (Mr.Saliya Perera Wileala Arachchige) อายุ 57 ปี ผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศศรีลังกา ผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจอินเตอร์โพลในความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติดและฟอกเงิน หลังทางการศรีลังกาประสานมาตำรวจได้สืบทราบจนพบตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาที่ปรากฏตัวอยู่ที่หน้าโรงแรมนราธิวาส เรสซิเดนท์ โฮเทลย่านสาธุประดิษฐ์ 19 ตำรวจจึงทำการจับกุม

          จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าหลบหนีออกจากประเทศศรีลังกามายังประเทศไทยได้ประมาณ 4 ปี โดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายปี 2556 และต่อวีซ่าตามปกติจนถึงปี 2559 แต่เมื่อรู้ตัวว่าตนเองถูกหมายจับของอินเตอร์โพลจึงไม่ได้ต่อวีซ่าอีกเพราะ กลัวทางการไทยเข้าจับกุม

          เบื้องต้นผู้ต้องหาเป็นบุคคลต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบก่อนเพิกถอนการอนุญาตในการอยู่ราชอาณาจักรไทย และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป