
ปีติสุข
ภาพที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถเข็นไฟฟ้าเสด็จพระราชดำเนินจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ที่ประทับรักษาพระองค์ ไปทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคาร เนื่องในวันปิยมหาราช และถวายราชสักการะพระรูป สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กับพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช โดยมีประชาชนที่ไปลงนามถวายพระพรเฝ้ารับเสด็จอยู่ตลอดทางที่เสด็จพระราชดำเนินนั้น เป็นภาพที่สร้างความรู้สึกปีติสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งเป็นเสมือนแสงสว่างที่ขับไล่ความหม่นมัวที่ปกคลุมจิตใจของคนไทยตลอดระยะเวลาเดือนเศษที่ผ่านมาให้มลายไปจนหมดสิ้น ขณะเดียวกันก็เป็นประดุจน้ำทิพย์ที่ยังความเบิกบานผ่องแผ้วแก่หัวใจของคนไทยทุกๆ ดวง
คำถามข้อหนึ่งที่ผมมักได้รับจากชาวต่างชาติเสมอ ก็คือทำไมคนไทยถึงจงรักภักดีและมีความผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์จักรีอย่างแน่นแฟ้น ซึ่งแม้ว่าจะอธิบายให้ฟังถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ พระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการที่ทรงมุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรทั้งปวง ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปีที่ผ่านมานั้นยาวนานจนหล่อหลอมจิตวิญญาณของสถาบันพระมหากษัตริย์กับทวยราษฎร์เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คนต่างชาติก็ยากที่จะเข้าใจ เพราะความรู้สึกเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่มีเฉพาะในหมู่คนไทยเท่านั้น และก็น่าจะเป็นความรู้สึกที่เพิ่งเริ่มขึ้นในยุคของราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช ที่ทรงมีความเป็นปุถุชนมากกว่าความเป็นสมมุติเทพตามคติโบราณ
ถึงแม้จะไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่การที่มีนักเขียนชาวต่างประเทศเคยกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ก็ย่อมเป็นเครื่องแสดงว่าพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงบำเพ็ญ เป็นที่ตระหนักและยอมรับอย่างกว้างขวางแม้ในสื่อต่างประเทศ ภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารอันห่างไกลตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นภาพที่คนไทยได้เห็นเป็นประจำมาเป็นเวลานาน และหลายๆ ภาพ เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาในกาลก่อน เช่นการที่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขแห่งชาติจะทรงคุกเข่ากับพื้นดินเพื่อสนทนากับราษฎรซึ่งนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียว ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าความห่วงกังวลที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และความปีติสุขที่ได้เห็นพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ คงจะทำให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจถึงความจงรักภักดีและความผูกพันที่คนไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ได้ชัดเจนขึ้น



