
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่26ต.ค.
**ธาริต เพ็งดิษฐ์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างลูกน้องคนสนิทกับ "หลังบ้าน"
กลางร้านกาแฟใต้ตึกซอฟท์แวร์ปาร์ค ในการจัดทีมมาช่วยงานในดีเอสไอ ฝ่าย "ลูกน้อง" ขอให้ย้ายภรรยาในป.ป.ท.ติดสอยห้อยตามมาช่วยงาน ขณะที่ "หลังบ้าน" คนดังก็ปิดประตูใส่หน้าโดยอ้างกฎเหล็กของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ที่ห้ามโอนย้ายข้าราชการในช่วง 3 เดือนนี้ แต่กฎเหล็กแหกได้ถ้าเข้าทาง "หลังบ้าน" ...เห็นที "ธาริต" คงต้องเช่าพระปางห้ามญาติมากันไม่ให้คนในบ้านมาจุ้นงานเมือง ก่อนเก้าอี้ร้อน**
**ที่สำคัญ "ธาริต" ต้องไม่ลืมว่าอดีตอธิบดีดีเอสไอ งานเข้าขนาดไหน เจอตั้งแต่ขู่วางระเบิดไปจนถึงฟ้องร้องให้คดีรกรุงรัง ดังนั้นในดีเอสไอควรเคลียร์ 360 องศา อย่าให้เหลือแม้แต่รอยถลอกให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาเป็นประเด็นโจมตี บางที "อธิบดีธาริต" น่าจะเริ่มจากเรื่องใช้ข้าราชการมาขับรถยนต์ ขืนชักช้าอาจมีมือดีส่งสปายมาดักถ่ายรูปเอาไปแนบเรื่องร้องเรียนได้**
** เก้าอี้ร้อนๆ ยามนี้ ไม่ได้มีเพียงรองอธิบดีดีเอสไอ 2 คน ที่มีข่าวลือ ข่าวปล่อยถึงความง่อนแง่นออกมาทุกวี่วัน แต่ที่ร้อนกว่าเป็นเก้าอี้ผบ.สำนักคดีภาษีอากร ที่ว่างลง ซึ่งฝ่าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ทำความเห็นเสนอให้กระทรวงตั้ง ธวัชชัย สวนสีดา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษขึ้นสืบทอด ขณะที่ทีมงานหลังบ้านของผู้บริหารชุดใหม่ ต้องการ ชำนาญ ฉันทวิทย์ ผอ.ส่วนคดีภาษีอากร 1 งานนี้เผือกร้อนตกที่ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงตาชั่ง ผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการระดับ 9 ตัดสินใจ
**ถูกเด้งมานั่งตบยุงใน "กรุผู้ตรวจราชการ" แต่ "นัทธี จิตสว่าง" อดีตอธิบดีกรมคุก ยังมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ช่วงที่ยังไม่มีอะไรให้ตรวจ ก็จะใช้เวลาทุ่มเทไปกับการเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ระดับดุษฎีบัณฑิต หรือปริญญาเอกของ ม.รามคำแหง ซึ่งเหลืออีกเพียง 6 เดือน สอบเสร็จก็จะเป็น "ดอกเตอร์" สมใจ ส่วนคดีความที่ถูกกลั่นแกล้งหวังให้สิ้นชื่อด้วยการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง นำแจกันดอกไม้มามอบให้เป็นกำลังใจที่ถูกย้ายนั้น เจ้าตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว



