
ยังจำเป็นต้องมี รัฐวิสาหกิจ อีกหรือ ?
เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่ผมเริ่มเป็นนักข่าวใหม่ๆ ช่วงนั้นประเทศไทยพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากคำว่าประเทศด้อยพัฒนา ด้วยการเรียกตัวเองว่าประเทศกำลังพัฒนา และเริ่มมีการส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนั้นผู้ใช้แรงงานหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กรรมกร เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินกิจการดังกล่าว แต่ก็มีกิจการบางอย่างที่รัฐไม่อาจปล่อยมือให้เอกชนลงทุนทำได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ในห้วงเวลานั้นมีกิจการหลายอย่างมีสถานะเป็นหน่วยงานราชการ แต่จำเป็นต้องให้บริการประชาชนนอกเหนือเวลาทำการปกติทั่วไปด้วย รัฐบาลจึงได้ตรากฎหมายรัฐวิสาหกิจขึ้นมารองรับหน่วยงานนั้นๆ แล้วเปลี่ยนสถานะจากส่วนราชการให้เป็นรัฐวิสาหกิจในชื่อต่างๆ พร้อมกับปรับสถานภาพของให้ผู้ทำงานในหน่วยงานเหล่านั้นเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีสิทธิประโยชน์เหนือกว่าบรรดาข้าราชการทั่วไป ทำให้ในยุคนั้นสังคมไทยมีกลุ่มผู้ใช้แรงงานอยู่สองส่วนคือ ผู้ใช้แรงงานภาคเอกชนและภาครัฐ ที่สามารถรวมตัวจัดตั้งองค์กรของตัวเองขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า สหภาพแรงงาน…
ผมจำได้ว่า การต่อสู้ของสหภาพแรงงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการต่อสู้ที่สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง หรือการหวังผลทางการเมืองของผู้นำแรงงานแต่ละคน คนต่างทำงานเพื่อมวลสมาชิก รักษาผลประโยชน์ของสมาชิก ซึ่งก็หมายถึงประชาชนโดยรวม ต่างจากผู้นำสหภาพแรงงานในยุคปัจจุบันที่ดำเนินบางอย่างเสมือนหนึ่งมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเคลือบแคลงอยู่ด้วย
โดยเฉพาะพฤติการณ์ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ที่นัด “หยุดงาน” ด้วยข้ออ้างว่า “ป่วยไข้” นั้นเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจที่สุด และยากที่จะได้รับการอภัยจากประชาชน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่สหภาพการรถไฟฯ ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐบาลและผู้บริหาร จริงอยู่สหภาพแรงงานรถไฟฯ อ้างว่าทำได้ตามกฎหมายแรงงาน แต่เป็นธรรมแล้วหรือกับประชาชนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ที่ต้องมาได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้...
นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ไหนๆ โลกก็ก้าวไกลมาถึงเพียงนี้แล้ว ผมคิดว่า ณ พ.ศ.นี้เราไม่จำเป็นต้องมีรัฐวิสาหกิจอีกแล้วกระมัง ใช้อำนาจของรัฐบาลยุบทิ้งเสียบ้างดีไหม โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทยนั่น สมควรจะถูกยุบเป็นแห่งแรก …
อะไรจะเกิดก็น่าจะลองปล่อยให้มันเกิดดูสักครั้งดีไหมครับ ผมเชื่อว่าประชาชนยอมรับได้และยืนข้างรัฐบาลอย่างแน่นอนครับ
ภาณุมาศ ทักษณา



