
โจรใจบาป! ขี่ซาเล้งงัดมณฑปขโมยเซฟ!
โจรซาเล้งใจบาปงัดมณฑป แบกตู้เซฟเงินบริจาคหลวงพ่อบุญ เกจิดัง วัดยางยี่แส อ.อู่ทอง
สุพรรณบุรี - ลูกศิษย์วัดดัง อ.อู่ทอง ทำความสะอาดมณฑปช่วงเช้ามืด ตะลึงประตูมณฑปถูกเปิดออก พบตู้เซฟอันตรธาน รีบแจ้งเจ้าอาวาส-ตำรวจ เปิดวงจรปิดพบโจรขี่ซาเล้งงัดประตูมณฑป ก่อนแบกตู้เซฟเงินบริจาคหลวงพ่อบุญ เกจิดัง หลบหนีไป
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ก.ย.61 ร.ต.ท. ศุภฤกษ์ เสียงเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งมีคนร้ายเข้าไปลักตู้เซฟบริจาคเงิน ภายในมณฑปพระครูวินยานุโยค (หลวงพ่อสมบุญ เขมาภิรโต รักน้อย) วัดยางยี่แส หมู่ 4 ต.กระจัน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง พ.ต.ท.นิธิศ ศรีพรหมคำ รอง ผกก.ป. และชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึง พบพระอธิการสมรักษณ์ ติกขะปัญโญ อายุ 31 ปี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ได้ชี้ให้ดูมณฑป ซึ่งประตูถูกเปิดออก ภายในพบตู้เซฟรับบริจาคเงินที่เคยวางอยู่ข้างผนังมณฑป ได้ถูกคนร้ายขโมยหายไป
ซึ่งเจ้าอาวาสได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลา 05.30 น. ขณะ นายจุฬาตรี ศิริทรัพย์ถาวร อายุ 56 ปี ลูกศิษย์วัด จะมาทำความสะอาดมณฑป เพื่อเตรียมสถานที่ให้พระทำวัตรสวดมนต์ เมื่อมาถึงพบประตูมณฑปถูกเปิดออก จึงได้รีบมาตามให้มาดู พบว่าตู้เซฟนิรภัยถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปเรียบร้อยแล้ว
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด ซึ่งบันทึกภาพเอาไว้ได้ พบเป็นคนร้ายชาย 1 คน อายุประมาณ 40 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วงข้าง ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มาจอดไว้ข้างหน้าโบสถ์ จากนั้นคนร้ายได้เดินลงมาแล้วเข้าไปเปิดประตูมณฑป ที่ปิดไว้ไม่ได้ล็อคกุญแจ แล้วเข้าไปลากเข็นตู้เซฟนิรภัย น้ำหนัก 100 กิโลกรัม กว้าง 40 ซม. สูง 60 ซม. เข็นไปขึ้นรถซาเล้งแล้วขี่รถหลบหนีไป
ซึ่งก่อนหน้านั้น วันที่ 29 ส.ค.61 ที่ผ่านมา มีคนร้ายรูปร่างลักษณะเดียวกัน เคยเข้ามาจะทำการขโมยตู้เซฟแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นกล้องวงจรปิดก็สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้เช่นเดียวกัน โดยคนร้ายเปิดประตูเข้ามาแล้วยกมือไหว้ตู้เซฟ แต่จังหวะจะเอาตู้เซฟออกไป หันมาเห็นกล้องวงจรปิด เลยยกเลิกแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งวันนี้พบมาก่อเหตุอีก ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนร้ายรายเดิม
ด้าน พระอธิการสมรักษณ์ ติกขะปัญโญ อายุ 31 ปี เจ้าอาวาสวัดยางยี่แส กล่าวเพิ่มเติมว่า นับว่าโชคดีที่วันก่อนเกิดเหตุได้ให้ลูกศิษย์วัดมาไขกุญแจตู้เซฟเพื่อนำเงินบริจาคไปเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีทรัพย์สินอยู่ในตู้เซฟที่คนร้ายได้ขโมยไป อีกทั้งยังวอนขอให้โจรรายดังกล่าวกลับตัวกลับใจและขอให้นำตู้เซฟมาคืนทางวัด และหากไม่นำมาคืนครั้งหน้าจะเพิ่มขนาดตู้เซฟบริจาคจาก 100 กิโลกรัม เป็น 200 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการโจรกรรมอีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง ได้นำกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสเพื่อติดตามจับกุมนำตัวคนร้ายรายดังกล่าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดย วัฒนพล มัจฉา



