
อย่าหลงประเด็น ฮุน เซน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีตอบโต้ในทันทีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ประกาศกร้าวว่า จะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หาก พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ากัมพูชา เนื่องจากเข
อาจได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง ในการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ที่แตกต่างจากกรณีของนางอองซาน ซูจี เพราะจะมีกี่คนในโลกที่คิดว่าทั้ง ๒ กรณีเหมือนกัน ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน อันกลายเป็นประเด็นร้อนแรงของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในห้วงปลายสัปดาห์ก่อนนี้ เกิดขึ้นไม่นานนัก หลังจากที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทยไปพบสมเด็จฮุนเซน
การกระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาสามารถผลักดันให้ประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้เป็นผลสำเร็จ เรื่องของปราสาทพระวิหารได้จุดชนวนความขัดแย้งให้ลุกลาม ขยายตัวมาจนถึงวันนี้ ครั้งสุดท้ายเป็นเหตุให้คนไทย ๒ กลุ่มตีกัน ที่ชายแดน และเมื่อสมเด็จฮุนเซนประกาศปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกทั้งบอกว่า จะแต่งตั้งเพื่อนรักให้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ คนไทยกลุ่มซึ่งมีนายวีระ สมความคิด เป็นแกนนำและเคยเคลื่อนขบวนไปขับไล่คนเขมรให้ออกจากแผ่นดินไทย ก็เตรียมที่จะยื่นหนังสือถึงสมเด็จฮุน เซน เรียกร้องให้สั่งถอนทหารและประชาชนเขมร ออกจากพื้นที่ 4.6 ตร.กม. โดยรอบปราสาทพระวิหารภายใน 7 วัน
สมเด็จฮุนเซน มิใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน เขาอยู่ในอำนาจมายาวนาน อย่างน้อยก็อายุของผู้นำรัฐบาลไทย หลายคนรวมกัน สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมเด็จฮุน เซนรู้จักคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นนักธุรกิจ ต่อเนื่องมาถึงช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งหมดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีโครงการพัฒนาเกาะกงร่วมกับกัมพูชา และอีกหลายโครงการ ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างผู้นำกัมพูชา และอดีตผู้นำไทยนั้น ลึกซึ้งทั้งในเชิงอำนาจและผลประโยชน์ เกินกว่าที่จะแยกแยะได้ระหว่างความเป็นเพื่อนและความเป็นผู้นำรัฐบาลกัมพูชา และนั่นก็เป็นลักษณะเฉพาะของสมเด็จฮุน เซน ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย อาจจะเข้าใจดี แต่แสดงออกว่าไม่เข้าใจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวได้ถูกต้องว่า ภารกิจหลักของเหล่าบรรดาผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียน คือการสร้างความเป็นปึกแผ่น และความเป็นเอกภาพของอาเซียน จึงไม่มีเวลาที่จะสนใจคนใดคนหนึ่งที่จะมาทำลายความสัมพันธ์ของอาเซียน หน้าที่ของรัฐบาล คือจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสมเด็จฮุน เซน ปัญหาก็คือว่า สมเด็จฮุน เซนนั้น มิได้บอดใบ้ ขาดไร้แหล่งข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับประเทศไทยเลย ตรงกันข้าม กลับน่าจะรู้และเข้าใจถึงสภาพการเมืองไทยที่มีความแตกแยกสูง จนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเมืองภายในกัมพูชาด้วยซ้ำ แต่สมเด็จฮุน เซนเลือกที่จะเชื่อข่าวสาร ข้อมูล อีกชุดหนึ่ง เลือกที่จะเชื่อสื่อบุคคลมากกว่าถ้อยคำของผู้นำรัฐบาลไทย และนี่คือปัญหาทางการเมือง หาใช่ปัญหาในการสื่อสารข้อมูล ข่าวสารที่ถูกถ้วน แท้จริง ตามความคิดของรัฐบาลไทยไม่



