ข่าว

กลยุทธ์...นักฆ่าระเบิดวิทยุคลื่นสั้น

กลยุทธ์...นักฆ่าระเบิดวิทยุคลื่นสั้น

26 ต.ค. 2552

เมื่อคนก้าวทันเทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อเหตุ รูปแบบอาชญากรรมก็เปลี่ยนไปเป็นแบบเดิมๆ ที่เห็นได้ชัดสุดตอนนี้ คือ มือระเบิดทั้งในเมืองและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หันกลับไปใช้วิทยุคลื่นสั้นเป็นตัวจุดชนวน แทนการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างแต่ก่อน

ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ คดีลอบวางระเบิดหมายสังหาร "สุพัฒน์ สว่างอารมณ์" นายก อบต.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ วัย 50 ปี เมื่อหัวค่ำต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา โชคดีที่เขาปลอดภัย แต่ก็ต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่นาน จากการตรวจสอบของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พบว่า คนร้ายติดตั้งระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนักราว 1 ปอนด์ เอาไว้ช่วงท้ายรถแล้วจุดชนวนด้วยวิทยุคลื่นสั้น เพราะในที่เกิดเหตุไม่พบส่วนประกอบของโทรศัพท์มือถือเหมือนอย่างเคย

 ระเบิดทำงานอย่างมีอานุภาพ แต่สาเหตุที่ช่วยให้สุพัฒน์รอดชีวิตปาฏิหาริย์อยู่ตรงที่ นายก อบต.บางแก้ว ปกติจะมีคนขับรถให้แล้วตัวเขาชอบนั่งเบาะหลังมากกว่า คนร้ายจึงติดตั้งระเบิดไว้บริเวณช่วงท้ายรถ บังเอิญว่าวันเกิดเหตุเขาขับรถด้วยตัวเองจึงทำให้รอดมาได้หวุดหวิด

 ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดกลุ่มงานเก็บกู้ฯ ซึ่งเข้าไปเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ มีความเห็นสอดคล้องกับชุดสืบสวน สภ.บางพลี ท้องที่รับผิดชอบว่า มือระเบิดอยู่ในชั้นเซียน ทีเอ็นทีขนาด 1 ปอนด์ หากวางไว้ถูกที่ถูกทางทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ในทันที และการตรวจที่เกิดเหตุก็ทำให้รู้ว่า ตอนนี้วิธีการประกอบระเบิดสังหารของมือระเบิดได้เปลี่ยนไป แทนที่จะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดชนวนก็หันมาใช้วิทยุคลื่นสั้นแทน

 "คดีนี้มือระเบิดใช้แผงวงจรรถบังคับวิทยุขนาดเล็ก หรือแผงวงจรเฮลิคอปเตอร์ลำเล็กๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป มาติดตั้งกับภาครับวิทยุ แล้วใช้เครื่องบังคับวิทยุคลื่นสั้นความถี่ 27 เมกะเฮิรตซ์ เป็นภาคส่งจุดชนวนระเบิด เป็นเทคนิคการประกอบระเบิดแบบเก่า ซึ่งปลอดภัยกว่าการใช้มือถือ เพราะยากต่อการสืบสวนขยายผลมาถึงมือระเบิด" ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็น

 ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดคนเดิม อธิบายเพิ่มเติมว่า การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดชนวนระเบิด จะต้องมีภาครับหรือมือถือที่มีซิมการ์ดติดอยู่กับระเบิด แล้วใช้มือถืออีกเครื่องโทรเข้าหาเพื่อจุดชนวนระเบิด หลังเกิดเหตุอาจทิ้งร่องรอยจำพวกซิมการ์ดหรือหมายเลขเครื่องโทรมือถือ แม้จะน้อยนิดก็สามารถแกะรอยสาวย้อนไปหาต้นตอได้ เช่น ผู้ให้บริการมือถือเครื่องนี้เป็นระบบใด สามารถตรวจสอบหมายเลขเรียกเข้าและโทรออกได้ เป็นต้น ดังนั้น ระยะหลังๆ มานี้คนร้ายจึงไม่ค่อยนิยมใช้เทคนิคจุดชนวนแบบนี้

 "ด้วยเหตุนี้มือระเบิดจึงหันไปใช้เทคนิคแบบเก่า คือ การใช้วิทยุคลื่นสั้นเป็นตัวจุดชนวนแทน เพราะติดตามขยายผลมาถึงตัวยาก แต่มันก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกันนะ เรื่องระยะทางที่จะส่งคลื่นไปจุดชนวน คือ เวลาจะจุดชนวนระเบิดจะต้องอยู่ห่างจากเป้าหมายไม่เกิน 100 เมตร ถ้าจุดสังหารมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ หรือตามเส้นทางที่สะกดรอยติดตามเป้าหมาย อาจมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ หลักฐานเหล่านี้ก็สามารถเชื่อมโยงไปถึงมือระเบิดได้ด้วยเช่นกัน"

 อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าวิธีแบบเก่าจะปลอดภัยกว่า มือระเบิดจึงหันกลับมาใช้วิธีโลเทค ไม่เฉพาะมือระเบิดในเมืองกรุงเท่านั้น แต่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ค่อยๆ เลิกใช้มือถือจุดชนวนแล้วหันมาใช้วิธีนี้แทน

 "ไม่เฉพาะวิทยุคลื่นสั้นจากรถบังคับวิทยุหรือเครื่องบินบังคับเท่านั้น ยังมีทั้งวิทยุสื่อสารคลื่นสั้น และแผงวงจรเครื่องกันขโมยรถยนต์ด้วยที่ถูกนำมาใช้" ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวสรุป

 สำหรับแนวทางป้องกันและดูแลชีวิตตลอดจนทรัพย์สินของตัวเองให้รอดปลอดภัยจากระเบิดนั้น ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมแนะนำวิธีป้องกันเบื้องต้น คือ

 1.อย่าจอดรถในที่เปลี่ยว
 2.จอดรถให้อยู่ในมุมที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ หรือมี รปภ.คอยเดินดูแลไปมา
 3.ก่อนขึ้นรถยนต์ให้เดินสำรวจรอบๆ รถ จากนั้นเดินดูอีกรอบโดยก้มดูที่บังโคลนล้อทั้ง 4 ล้อ ว่ามีวัตถุแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่
 4.ก้มดูเพลารถยนต์ เพราะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการติดตั้งวัตถุระเบิด หากเกิดระเบิดจะเป็นแรงส่งที่ดีที่สุดทำให้เหยื่อรอดชีวิตได้ยาก
 5.หลังลงจากรถยนต์ให้ล็อกประตูหน้าต่างให้หมด จากนั้นเดินตรวจดูอีกรอบ แล้วใช้มือจับที่เปิดรถยนต์ให้มั่นใจว่าล็อกรถเรียบร้อยแล้ว