
ชาญชัย อิสระเสนารักษ์-"ผมพูดเพื่อกระตุกเตือนพรรคพวก"
หลังจาก "ชาญชัย อิสระเสนารักษ์" ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแถลงข่าวไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น พร้อมกับยืนยันว่าในที่ประชุมพรรคไม่มีมติว่าจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่มอบให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ไปแสวงหาความร่วม
ประกอบกับการประชุมวิป 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็ให้คณะทำงานไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นเป็นรายมาตรา รวม 6 ฉบับ แล้วนำเสนอเข้าที่ประชุมวิป 2 ฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายน ดังนั้นขั้นตอนการทำ "ประชามติ" คงต้องใช้เวลาอีกระยะ
"ชาญชัย" ได้เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก" อีกครั้งเกี่ยวกับข่าวมี ส.ส.จะไปเข้าชื่อขับ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ออกจากเลขาธิการพรรค เนื่องจากไม่พอใจเรื่องพฤติกรรมที่เอาใจพรรคร่วมรัฐบาลและประกาศเดินหน้ากับพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญท่ามกลางกระแสคัดค้านจากสังคม พร้อมกับเล่าบรรยากาศที่ประชุมพรรคเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โดยกล่าวว่า พรรคต้องการให้มาชี้แจงกับสื่อให้ชัดเจนเกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ให้แถลงกลับคำที่เคยแถลงไว้กับสื่อซึ่งในที่ประชุมพรรคก็ได้ชี้แจงกรณีข่าวมี 30 ส.ส.จะถอดถอนคุณสุเทพ ว่าไม่มี แต่ถ้าคุณสุเทพ หรือใครก็ตาม แต่ตรวจสอบแล้วทำผิดธรรมนูญของพรรคหรือข้อบังคับของพรรคในหมวด 3 ข้อ 6 ก็ให้อำนาจสมาชิกพรรคเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคออกจากตำแหน่งได้
ส่วนเรื่องไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ชาญชัย" กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันในห้องพักผ่อน ส.ส. มี ส.ส.เห็นคล้อยกับในขณะนั้นว่าไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะขัดกับสิ่งที่พรรคเคยศึกษาไว้ แต่มีสื่อฉบับหนึ่งไปลงว่า คุณสุเทพกับคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ไปทำหนังสือถึงทหาร ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่ ตนพูดว่าพรรคเคยทำผลการศึกษาแล้วให้พวกเราไปชี้แจงต่อ ส.ส.ร.จังหวัด ซึ่งในขณะนั้นเผอิญมีทหารที่เป็น ส.ส.ร.ก็ได้นำเอกสารไปคุยกับทหาร 4-5 คน บางเรื่องก็เห็นด้วย แต่บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย
สำหรับบรรยากาศการประชุมพรรค "ชาญชัย" เล่าว่า ในที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกพูดเต็มที่จำได้ว่าขณะที่นั่งอยู่ในห้องประชุม คุณสุเทพพูดก่อน เพราะต้องรีบไปงาน และจะเดินออกจากห้องประชุม ตนได้ยกมือขึ้นพร้อมกับบอกว่าให้คุณสุเทพอยู่ก่อน ฟังตนพูดต่อจะได้พูดกันต่อหน้า เมื่อพูดจบคุณสุเทพก็ขึ้นไปชี้แจงข้อข้องใจโดยเฉพาะเอาใจพรรคร่วมประกาศเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"เรื่องนี้คุณสุเทพก็ชี้แจงว่าไม่ได้อ่อนข้อและไม่ได้ถูกบีบบังคับจากพรรคร่วมรัฐบาล ผมใช้คำพูดท่านเลยผมโกหกไม่ได้ เพราะวันนั้นมี ส.ส.นั่งฟังท่านชี้แจงอยู่ด้วย ท่านว่าพรรคร่วมไม่ได้บีบบังคับท่าน ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องไปบอกว่าทำไม่ได้อย่างไร แล้วจะทำบนพื้นฐานความถูกต้องคุณสุเทพยืนยันอย่างนี้ แล้วก็บอกว่าเรื่องนี้ก็ต้องไปสู่กระบวนให้ประชาชนเจ้าของผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร ท่านชี้แจงแบบนี้ ยังไม่มีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบออกมา ระหว่างที่ผมพูดในห้องประชุม ส.ส.ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูด"
"ชาญชัย" เปิดเผยว่า ได้กล่าวในห้องประชุมขอให้สมาชิกพรรคช่วยกันตีความเรื่องอำนาจการตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของใคร ถ้าเป็นของประชาชนควรให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ แล้วให้มาบอกเราเพื่อเราจะได้มาดำเนินการในรายละเอียดต่อไป
"พี่เทพพูดชัดเจนในที่ประชุมพรรคว่ายุติแล้วเรื่องการลงประชามติจะลงในวาระหนึ่งไม่ได้ ต้องให้ไปถามประชาชนก่อน ถ้าประชาชนเห็นชอบให้ทำจึงกลับมาเข้ากระบวนการกฎหมาย พี่เทพบอกยุติแล้ว พรรคร่วมก็ไม่ได้เร่งรัด ท่านสุเทพอธิบายให้ฟังและบอกว่ากฤษฎีกาได้ชี้แนวมาแล้วก็ให้ไปทำตามกฤษฎีกาชี้นำ"
อย่างไรก็ตาม "ชาญชัย" ยอมรับว่า นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวตำหนิตนว่าพูดแรงเกินไปจนทำให้คนฟังตกใจ คิดว่าเป็นเรื่องทะเลาะกัน แต่ความจริงไม่ใช่
"ท่านนายบัญญัติบอกว่าผมพูดแรง แต่ก็ดีอย่างที่ผมพูดเหมือนกับการกระตุกเตือนพรรคพวก คนที่เกี่ยวข้องจะได้ใช้ความรอบคอบไปดำเนินการไม่ได้เสียหายอะไร คนที่อึดอัดก็ให้ระบายความจริงออกมา คนทำงานจะได้รอบคอบขึ้น ถือว่าเป็นประชาธิปไตย"
"ชาญชัย" กล่าวว่า นายสุเทพก็รู้ตัวว่ามีสมาชิกไม่พอใจพฤติกรรมที่ดูเหมือนเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล
"พี่เทพแกรู้ตัว ส.สไม่พอใจ จึงเปิดให้ ส.ส.อภิปรายในที่ประชุม โอย...พี่เทพแกโดน ส.ส.อภิปรายหลายรอบแล้ว (หัวเราะ) แต่ผมก็เข้าใจแกนะ ในฐานะที่บริหารอำนาจ แต่ละคนต่างมีอำนาจและจะเอาประโยชน์ใส่ตน บริหารอำนาจยากกว่าบริหารประเทศ บริหารประเทศมีอำนาจก็สั่งได้เลยมีข้าราชการประจำช่วย แต่การบริหารอำนาจต่างคนต่างมีอำนาจ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เถียงกันเป็นชั่วโมงไม่จบประธานสภานั่งปวดหัว"
ส่วนสาเหตุที่ออกมาแถลงข่าวแทนจะพูดในพรรคจนเกิดภาพความขัดแย้งภายในพรรค "ชาญชัย" ชี้แจงว่า มีทฤษฎีการทำงานของตัวเองคือ ทฤษฎีเอะอะโวยวาย เหมือนเป็นเฝ้ายามปากซอย ประชาชนจ้างมาเป็นคนเฝ้าเมื่อมีโจรจะปล้นก็ต้องตะโกนบอกเจ้าของบ้านเพื่อให้ป้องกันเอาไว้ ทุกคนในประชาธิปัตย์รู้นิสัยผม และเป็นระบบประชาธิปไตยในพรรค เป็นอำนาจต่างคนต่างมีอำนาจในการแสดงความเห็น แต่ใช้เสียงส่วนใหญ่ตัดสิน
สมถวิล เทพสวัสดิ์



