
ทางหลวงห่วงราคาน้ำมันพุ่งกระทบถึงต้นทุนไทยเข้มแข็ง
กรมทางหลวงห่วงราคาน้ำมันพุ่ง กระทบต้นทุนงานก่อสร้างโครงการไทยเข้มแข็ง เล็งลดเนื้องานให้อยู่ในกรอบวงเงิน เผยงบปี 2552 จำนวน 1.2 หมื่นล้าน เบิกจ่ายงานก่อสร้างแล้วกว่า 80%
นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งกรมได้รับจัดงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจปี 2552 จำนวน 23,626 ล้านบาท เป็นงบประมาณปี 2552 จำนวน 12,497.24 ล้านบาท และปี 2553 จำนวน 11,128.75 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างของบประมาณอีก 1,456 ล้านบาท
งบประมาณดังกล่าวจะไปใช้ในโครงการต่างๆ ดังนี้ 1.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง วงเงิน 2,127 ล้านบาท 2.โครงการบูรณะทางหลวงสายหลัก วงเงิน 1,565 ล้านบาท 3.โครงการพัฒนาทางหลวง (โครงการย่อย) วงเงิน 2,600 ล้านบาท 4.งานบำรุงรักษาทางหลวง วงเงิน 14,034 ล้านบาท และ 5.งานอำนวยความปลอดภัย วงเงิน 3,300 ล้านบาท
โดยการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2552 ขณะนี้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท หรือประมาณ 80% ของงบประมาณรวม คาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้จะเบิกจ่ายได้ 90% ส่วนงานก่อสร้างก็จะทยอยแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งงานก่อสร้างส่วนใหญ่ใช้เวลา 4-5 เดือนเท่านั้น ส่วนการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2553 ได้เตรียมความพร้อมออกแบบรายละเอียด จัดทำเอกสารประกวดราคาไว้แล้ว รอเพียงรัฐบาลอนุมัติเงินงบประมาณก็สามารถดำเนินการประกวดราคาได้ทันที
ส่วนการควบคุมดูแลคุณภาพงานก่อสร้างนั้น ได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างต่างๆ ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปตามสัญญา รวมทั้งการควบคุมวัสดุก่อสร้างให้ได้ตามมาตรฐาน ขณะเดียวกันยังตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลาง คอยตรวจสอบคุณภาพและประเมินผลการทำงานแต่ละโครงการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
"สิ่งที่ผมหนักใจตอนนี้คือราคาวัสดุก่อสร้าง และราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ ทำให้วงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมาก กรมคงต้องใช้วิธีลดเนื้องานบางส่วนลง เพื่อให้วงเงินรวมของโครงการอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณ" นายวีระ ระบุ
ส่วนการคัดเลือกบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่จะเข้ามาดำเนินงาน ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาที่ขึ้นทะเบียนกับกรมตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปจนถึงชั้นพิเศษ สามารถเข้าร่วมประกวดราคาได้ โดยมั่นใจว่าจะมีผู้รับเหมาเพียงพอกับการดำเนินโครงการ และไม่มีปัญหาทิ้งงาน



