ข่าว

สคร.ดันตั้งกองทุน5พันล้านนำร่องสาขาพลังงาน-การทาง

สคร.ดันตั้งกองทุน5พันล้านนำร่องสาขาพลังงาน-การทาง

26 ต.ค. 2552

สคร.ดันตั้งกองทุนสาธารณูปโภครัฐวิสากิจขนาด 5 พันล้านบาท หวังระดมทุนจากประชาชนใช้ลงทุนในอนาคต นำร่องสาขาพลังงาน-การทาง พร้อมทบทวนสัญญาสัมปทานของหลายแห่งหวั่นรัฐเสียประโยชน์

 นายกุลิศ สมบัติศิริ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานของ สคร.ในปีงบประมาณ 2553 ว่า สคร.เน้นการทำงานในเชิงรุก โดยจะเร่งผลักดันรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบรางวงเงินลงทุน 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ทั้งในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมถึงการเดินหน้าจัดตั้งกองทุนสาธารณูปโภค ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกร่างประกาศการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว และสคร.อยู่ระหว่างหารือกับรัฐวิสาหกิจ 2-3 รายที่ให้ความสนใจซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสาขาพลังงานและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในเร็วนี้ๆ

 สำหรับการตั้งกองทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยให้รัฐวิสาหกิจที่มีแผนลงทุน เช่น กิจการด้านพลังงาน ระบบขนส่ง การประปา สามารถระดมทุนผ่านกองทุนมูลค่าประมาณ  5,000 ล้านบาท เพื่อระดมทุนจากประชาชนทั่วไปที่สนใจซื้อหน่วยลงทุนและได้รับผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจถือเป็นทางเลือกใหม่ให้นักลงทุน

 นอกจากนั้น สคร.ยังให้ความสำคัญกับการเข้าไปตรวจสอบทบทวนสัญญาต่างๆ ที่รัฐวิสาหกิจให้สัมปทานกับภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบดูว่าได้ทำตามข้อตกลงที่ทำกับรัฐวิสาหกิจหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ เช่น สัญญาสัมปทานของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ประมาณ  8 สัญญา มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท และของร.ฟ.ท. หรือขสมก.ด้วย โดยคณะกรรมการที่กระทรวงการคลังส่งเข้าไปเป็นตัวแทนจะตรวจสอบสัญญาต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ หากสัญญาใดต้องแก้ไขจะเสนอกระทรวงการคลังให้เสนอต่อครม. เพื่อให้รัฐวิสาหกิจไม่ได้รับความเสียหายหรือกระทบต่อรายได้ของรัฐที่ควรจะได้รับ

 อีกทั้งจะเร่งรัดติดตามแผนฟื้นฟูวิสาหกิจที่มีปัญหาและผลักดันให้รัฐวิสาหกิจลงทุนร่วมกันเพื่อลดต้นทุนองค์กร โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บมจ.ทีโอที บมจ.กสท เนื่องจากเห็นว่า กฟผ.ได้วางระบบไฟเบอร์ออฟติกส์ไว้แล้วทางทีโอทีและกสทที่จะลงทุนอินเตอร์บรอดแบนด์ควรเข้าไปใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงดังกล่าวโดยไม่ต้องลงทุนซื้อเคเบิลใหม่ ซึ่ง สคร.เตรียมให้ผู้บริหารองค์กรดังกล่าวมาหารือร่วมกันแล้ว