ข่าว

ปิดฉากเวทีอาเซียนร่วมชู"ความมั่นคงอาหาร-พลังงาน"

ปิดฉากเวทีอาเซียนร่วมชู"ความมั่นคงอาหาร-พลังงาน"

26 ต.ค. 2552

ปิดฉากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 เห็นพ้องผลักดันเพื่อเพิ่มบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก ด้านการประชุมสุดยอดอาเซียน+6 ออกแถลงการณ์ร่วม หนุนสร้างความมั่นคงอาหาร-พัฒนาพลังงานชีวภาพ พร้อมผลักดันความร่วมมือ รับกับสิ่งท้าทายด้านเศรษฐกิจและการเงิน

การประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 15 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 4 หรือการประชุมอาเซียน+6 กับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมออกแถลงการณ์ชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหาร และการพัฒนาพลังงานชีวภาพในกรอบอาเซียน+6

 โดยระบุในแถลงการณ์ว่า มีความกังวลต่อความมั่นคงด้านอาหารและความจำเป็นในการพัฒนาพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้ภาวะความผันผวนของราคาอาหารและน้ำมันที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในที่ประชุมจึงย้ำถึงข้อยึดมั่นที่จะรักษาความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานสำหรับประชาชน และความจำเป็นในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในกระบวนการสร้างประชาคมในภูมิภาค

 อีกทั้ง ในแถลงการณ์ฉบับนี้ ยังสนับสนุนให้ทุกประเทศสมาชิกร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อรับมือกับสิ่งท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเงิน

 รายงานข่าวว่า ในการประชุมดังกล่าว ผู้นำของประเทศสมาชิกอาเซียน+6 ยังได้รับฟังบรรยายสรุปผลกระทบของวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจโลกที่มีต่อภูมิภาค และแนวทางความร่วมมือ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างของระบบการเงินการคลังในภูมิภาค ซึ่งในที่ประชุมรับทราบว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออก มีสัญญาณของการฟื้นตัว โดยหลายประเทศสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจของตนเองกลับมามีอัตราการขยายตัวได้แล้ว

 ทั้งยังรับทราบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศได้เริ่มส่งผลแล้ว และเห็นว่าประเทศอาเซียน +6 ควรพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับช่วงเวลาและวิธีการที่เหมาะสม ที่แต่ละประเทศจะหยุดใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเอง เพื่อไม่ให้ทำลายความสมดุลหรือส่งสัญญาณที่ผิดให้การฟื้นตัวที่ยังคงเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลก

 นอกจากนี้ ยังได้รับฟังข้อเสนอแนะว่า อาเซียน+6 ควรต้องหาวิธีผลักดันให้กลไกการประชุมรัฐมนตรีคลังของอาเซียน + 6 เป็นส่วนหนึ่งหรือมีความเชื่อมโยงกับการประชุม G-20 เช่น การจัดให้รัฐมนตรีคลังของอาเซียน+6 พบกันก่อนการประชุม G-20 เพื่อประสานท่าทีซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงการสนับสนุนให้การเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา และเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้น
 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบและหารือกับนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และเผยว่า จีนพร้อมจะสนับสนุนการลงทุนระบบรถรางและหัวรถจักรในประเทศไทย และในโอกาสที่ปีหน้าเป็นปีแห่งการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน 35 ปี ตนได้เชิญนายกรัฐมนตรีจีนเยือนประเทศไทย ขณะที่ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนจะมาเยือนประเทศไทย ซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างสองฝ่ายให้มากยิ่งขึ้น