
เปิดใจนาทีชีวิต ตร.ทางด่วนช่วยรถเสียก่อนชนสยอง
ตำรวจทางด่วนเปิดใจนาทีชีวิต ขณะฟอร์จูนเนอร์ชนสนั่นบนทางด่วนฉลองรัช จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ร.ต.ต.สุพจน์ ไชยนอก อายุ 55 ปี ผบ.หมู่งานควบคุมจราจรด่วน 1 เปิดเผยภายหลังพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจ ออกตรวจตราจราจรตามปกติ สภาพการจราจรขณะนั้นมีรถมาก แต่ไม่ถึงกับติด โดยสามารถใช้ความเร็วได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน
กระทั่งพบรถเกียจอดเสียอยู่ในช่องทางฉุกเฉินริมซ้ายสุด จึงเลี้ยวเข้าไปที่หน้ารถคันดังกล่าว พร้อมกับพูดคุยกับผู้เสียชีวิตที่ยืนอยู่หน้ารถ เพื่อจะให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นทราบว่าความร้อนของรถขึ้นสูง และโทรหากู้ภัยทางด่วนจากโทรศัพท์ที่ติดตั้งไว้ ซึ่งคุยกันได้ไม่ถึง 1 นาที โดยที่ตนยังคร่อมอยู่บนรถ จยย. จากนั้นก็รู้สึกถึงแรงกระแทกจนรถ จยย. และตนล้มลง เมื่อตั้งสติได้พบรถฟอร์จูนเนอร์ชนท้ายรถเกียแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตกระเด็นตกออกไปนอกทางด่วน ในรถเกียยังพบหญิงตั้งครรภ์นั่งอยู่ที่เบาะหลังฝั่งซ้าย สำหรับคนขับรถฟอร์จูนเนอร์เป็นหญิง ได้เดินลงจากรถ แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ส่วนการบาดเจ็บของตน แพทย์แจ้งว่า บาดเจ็บเล็กน้อย มีอาการกล้ามเนื้ออักเสบขาซ้ายบวม และฟกช้ำเล็กน้อย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงพระที่ห้อยไว้ขณะปฏิบัติหน้าที่ ร.ต.ต.สุพจน์ เปิดเผยว่า เป็นพระสมเด็จ วัดปากน้ำ รุ่น 6 ที่แม่ชี วัดเขาตะเกียบ หัวหิน จ.เพชรบุรี ให้เมื่อปี 2527
พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถยี่ห้อเกีย แต่เกิดเสีย จึงใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางด่วน โดยแจ้งขอความช่วยเหลือ ขณะที่เจ้าหน้าที่การทางพิเศษฯ กำลังจะเดินทางไป ร.ต.ต.สุพจน์ ที่ผ่านมาพอดี จึงเข้าช่วยเหลือก่อน กระทั่งเกิดอุบัติเหตุ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพก่อนเกิดเหตุ รถฟอร์จูนเนอร์ลักษณะขับคร่อมระหว่างเลนฉุกเฉินและเลนซ้ายชนท้ายรถเกียเข้าอย่างจัง ทำให้กระโปรงหน้ารถกระแทกถูกร่างผู้ตายกระเด็นลอยออกไปนอกขอบกั้นข้างทางตกสู่พื้นล่าง
สอบถาม น.ส.นุชนาฏ คนขับฟอร์จูนเนอร์ เบื้องต้นให้การอ้างว่า ขับรถมาตามปกติ ไม่ทันสังเกตว่ามีรถเสียจอดทางด้านซ้ายจึงชนเข้าอย่างจัง โดยขณะนี้ได้ให้ น.ส.นุชนาฏ รับการรักษาตัวและให้แพทย์ประเมินอาการก่อน จึงจะสามารถสอบปากคำอย่างละเอียดได้อีกครั้ง พร้อมขอให้ทางแพทย์ตรวจหาแอลกอฮอล์ ก่อนจะรวบรวมหลักฐานแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เพื่อดำเนินคดีต่อไป



