"ศาลรธน." 2 มาตรฐานไม่สั่ง"ดอน"หยุดทำหน้าที่
"เลขาฯต้านคอร์รัปชั่น"ซัดศาลรธน. 2 มาตรฐานปมไม่สั่ง"ดอน"หยุดทำหน้าที่ ชี้พฤติการเดียวกัน เคยสั่งคนตระกูลสะสมทรัพย์ หยุดหน้าที่มาแล้ว
3 กันยายน 2560 "เลขาฯต้านคอร์รัปชั่น"ซัด"ศาลรธน." 2 มาตรฐาน ปมไม่สั่ง"ดอน"หยุดทำหน้าที่ ชี้พฤติการณ์เดียวกัน เคยสั่งคนตระกูลสะสมทรัพย์ หยุดหน้าที่มาแล้ว
ในงานสัมมนาวิชาการ เนื่องในการครบรอบ 20 ปี สถาปนาสถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีเสวนา เรื่อง "ธรรมาภิบาลในศตวรรษที่ 21 แนวคิดสู่การปฏิบัติในสังคมไทย" โดยมีนักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นเข้าร่วม
โดยนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น ประเทศไทย กล่าวตอนหนึ่งถึงผลการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คดีที่ขอให้พิจารณาการดำรงตำแหน่งของนายดอน ปรมัติถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หลังพบคู่สมรสถือหุ้นในกิจการบริษัทเอกชน เกินกว่าร้อยละ 5 ที่สรุปว่านายดอน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมองว่าเป็นการใช้อำนาจแบบ 2 มาตรฐาน เพราะในกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับนักการเมืองตระกูลสะสมทรัยพ์ เมื่อปี 2551 พบว่าในพฤติกรรมเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที เพราะมีเหตุที่ควรสงสัยและต้องสอบสวนต่อไป
"กรณีของนายดอน ผมว่าผู้มีอำนาจใช้อำนาจแบบ 2 มาตรฐาน เพราะในคดีมีมาตรฐานที่วางบรรทัดฐานไว้แล้ว นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ผู้มีหน้าที่ตัดสินว่า พฤติกรรมใดจะมีผลกระทบต่อส่วนรวมหรือสร้างความเสียหายต่อแผ่นดินหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปอาจต้องทบทวนและกำหนดคำนิยามใหม่ของคำว่าธรรมาภิบาล ภายใต้พฤติกรรมทางการเมืองและสังคมที่เปลี่ยนไป" นายมานะ กล่าว
นายมานะ กล่าวด้วยว่าสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล ปัจจุบันมีกฎหมายที่ออกมารองรับในการจัดการกับผู้ที่ไม่มีธรรมาภิบาล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ปฏิบัติใช้และมีอำนาจตามกฎหมาย ที่สวนทางกับโลกความจริง เช่น กรณีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างที่เผยแพร่รายละเอียดไว้ในเว็ปไซต์ ขณะเดียวกันผู้ที่เคยถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ กับพบการปกปิดข้อมูลที่จะนำไปสู่การตรวจสอบ เป็นต้น
น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การทำงานของรัฐ ที่มีธรรมาภิบาล ที่สำคัญคือสร้างความพอใจ เพื่อให้เกิดการยอมรับจากประชาชน รวมถึงการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนรอบ ด้าน อย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตามประชาธิปไตยปัจจุบันถูกท้าทายจากประเด็นว่าด้วยความมีธรรมาภิบาล ดังนั้นการรักษาประชาธิปไตยไว้ได้ คือ รัฐบาลต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่ฉลาด หากมองในมุมที่ว่า ประชาชนล้วนพึ่งพารัฐ จึงจำเป็นต้องสร้างความเป็นอยู่ที่ดี มองค่านิยมประชาชนเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ผ่านการมีอำนาจและใช้อำนาจร่วมกันทั้งรัฐและประชาชน บนผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม
"หากรัฐไม่ปรับตัว ก็ต้องแก้ไข ปัจจุบันมีพรรคการเมืองใหม่ๆ เข้ามาทำให้ประชาชนเห็นว่าต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการใช้หลักบริหารรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว ดังนั้นรัฐอย่ารังเกียจประชาชน ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงวัฒนธรรมที่เคยมีอยู่ สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างศักยภาพที่มีร่วมกัน เพื่อให้เกิดเครือข่ายที่เติบโต หากตอนนี้มองไม่ปัญหาออก อาจปรับตัวไม่ทัน" น.ส.ถวิลวดี กล่าว



