
ตร.ยันอาเซียนเลนปลอดภัยเผยอุบัติเหตุแค่9ครั้ง
ตร.ยันอาเซียนเลนปลอดภัย เผยอุบัติเหตุในอาเซียนเลนมีแค่ 9 ครั้ง เทียบอุบัติเหตุปกติมากกว่า ด้าน ศอร.รปภ.อาเซียน สั่งถอนกำลัง 1.8 หมื่นนาย ออกจากพื้นที่แล้ว ประวิตร ปลื้มไม่มีเหตุร้าย
(25ต.ค.) ที่ค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ 10) ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรองเสนาธิการบดี ศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย แถลงข่าวสรุปผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจบนถนนอาเซียนเลน ว่า ทางตำรวจได้อำนวยความสะดวกการจราจรขบวนรถผู้นำและคณะผู้เกี่ยวข้องการประชุม อาเซียนทั้งหมดจำนวน 396 ขบวน มีอุบัติเหตุ 10 ราย โดย มี 1 รายที่เสียชีวิตเกิดจากผู้ขับขี่จักรยานยนต์เมาสุราขับรถชนรถยนต์ที่จอดบนไหล่ทางนอกผิวการจราจร และเกิดอุบัติเหตุในช่องทางอาเซียนจำนวน 9 ราย เป็นรถที่มีสิทธิ์ใช้ช่องทางอาเซียนเลนจำนวน 2 ราย และอีก 7 รายไม่มีสิทธิ์ใช้ช่องทางอาเซียนเลน
“สาเหตุ ที่เกิดอุบัติเหตุในช่องทางอาเซียนเลน คือ การฝ่าฝืนเข้าไปใช้เส้นทางอาเซียนเลน ซึ่งเรากำหนดให้ผู้นำใช้ได้เท่านั้น ส่วนรถของรัฐมนตรี คู่สมรสหรือเจ้าหน้าที่ เราจะ อำนวยความสะดวกให้แต่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาใช้เส้นทางอาเซียนเลน รวมถึงการใช้ความเร็วในช่องทางอาเซียนเลนเกินที่เรากำหนดไว้ โดยเรากำหนดไว้ให้ใช้ความเร็วในช่องทางอาเซียนเลนไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบริเวณเส้นทางนอกอาเซียนเลนต้องไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถจักรยานยนต์มักจะฝ่าฝืนเข้ามาตัดไปตัดมาในช่องทางอาเซียนเลน เพราะความเคยชิน ” พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
พล. ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า ปัญหาในการใช้ช่องทางอาเซียนเลนคือการไม่เข้าใจในการใช้ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่บางส่วน เพราะการวิ่งในเส้นทางบางคนเข้าใจว่าจะวิ่งผ่านเส้นทางได้ตลอด แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะมีเส้นทางเลี้ยวรถ กลับรถ เกาะกลางถนน ไม่ได้วิ่งผ่านด้วยความเร็วตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ในตอนแรกเราจะต้องมีการซักซ้อมก่อนการใช้ในวันที่ 15 ต.ค. แต่ว่าในเกิดปัญหาเพราะเราไม่สามารถวางกรวยจำนวน 12,000 กรวยได้ทันในเวลาที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตามการใช้ช่องทางอาเซียนเลนถือว่าจะช่วยในเรื่องการจราจรให้มี ความคล่องตัวมีความปลอดภัยมากกว่าการปิดถนน ทั้งนี้มีการรายงานว่าการเกิดอุบัติเหตุในช่องทางอาเซียนเลนยังถือว่าน้อยกับเวลาปกติ
“หลังจากพบว่ามีปัญหา เราได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปจากเดิมเราเตรียมตำรวจจรจาจรไว้ 300 นาย เป็น 782 นาย แบ่งเป็นช่วงเวลา 06.00 - 22.00 น. จำนวน 500 นาย และจาก 22.00 - 06.00 น. จำนวน 282 นาย โดยเรานำกำลังจากตำรวจปราบจลาจลมา 2 กองร้อย เพราะสถานการณ์ม็อบไม่มี และให้ยืนประจำตามจุดกลับรถ 4 - 8 นาย ตลอดเส้นทาง และในวันนี้เวลา 20.00 น. เราจะเริ่มทยอยเก็บกรวยออกจากพื้นที่รวมถึงดูแลพวกตะปูที่เราตอกหมุดลงไปใน กรวยให้เรียบร้อย จะได้ไม่เกิดปัญหาบนผิวจราจร รวมถึงหากจะมีการใช้อาเซียนเลนคราวหน้า จะมีการเสนอให้ร้อยเชือกกรวยบริเวณจุดกลับรถ เพื่อไม่ให้รถจักรยานยนต์วิ่งตัดเข้ามาใช้อาเอเซียนเลนเป็นช่องทางกลับรถ “ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
วันเดียวกัน ที่ ศอร.รปภ.ค่ายพระรามหก พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ภาพรวม การรักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศอร.รปภ. พบว่าสถานการณ์เป็นปกติ การดำเนินการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งรัฐบาลและทหาร รวมทั้งตำรวจและพลเรือน ได้ ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และมีการตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกับกำลังพลให้มีความพร้อมต่อเนื่องตลอด 24 ชม. เมื่อสิ้นสุดการประชุม ศอร.จะได้นำการบันทึกผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยทั้งปัจจัยส่งเสริมและสิ่ง ที่เป็นอุปสรรค ข้อบกพร่องต่างๆ มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อวางแนวทางการพัฒนาวางแผนรักษาความปลอดภัยในโอกาสต่อไป สำหรับ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ศอร. อันประกอบไปด้วย ฉก.ทบ. - ฉก.ทร. - ฉก.ทอ. - ฉก.ตร.และ ฝ่ายพลเรือนจำนวนทั้งสิ้น 18,258 นาย จะถอนกำลังออกจากพื้นที่ในช่วงเช้าวันที่ 26 ต.ค.นี้ หลังจากการประกาศใช้พื้นที่ตาม พรบ.ความมั่นคงจะสิ้นสุดในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 25 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประวิตร ในฐานะ ผอ.ศอร.รปภ. ได้มอบหมายให้ พล.ต.คนินทร วงษ์สาโรจน์ ผบ.มทบ.15 เป็นผู้แทนไปเยี่ยมผู้ป่วย และมอบเงิน และของเยี่ยวให้กับ น.ส.พนิดา วิวัฒนะ ที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ข้ามอาเซียนเลน เพื่อไปซื้อของร้านค้าฝั่งตรงข้าม เป็นผลทำให้ได้รับบาดเจ็บ กระดูกขาขวาท่อนบนหัก และไหปลาร้าขวาหัก และนายนิคม ประเสริฐแก้ว ถูกขบวนเฉี่ยวชน มีบาดแผลถลอกที่บริเวณหลังเท้าซ้าย , ปวดสะโพกด้านซ้าย ไม่มีกระดูกหัก ได้รับการปฐมพยาบาลจาก รพ.หัวหิน ด้วย



