
EASหาวิธีดันกลไกถกรมต.คลังอาเซียน+6เชื่อมโยงG-20
สุดยอด EAS หาวิธีดันกลไกการประชุมรัฐมนตรีคลังของอาเซียน + 6 เชื่อมโยง G-20 ย้ำหนุนเจรจารอบโดฮา
มีรายงานว่า ผลการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ที่มีขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2552 ที่โรงแรมดุสิตธานี ชะอำ-หัวหิน โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ หารือร่วมกับผู้นำของประเทศคู่เจรจาอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีสาระสำคัญว่า ผู้นำได้รับฟังบรรยายสรุปผลกระทบของวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลกที่มีต่อภูมิภาค และแนวทางรับมือ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างของระบบการเงินการคลังในภูมิภาค นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นท้าทายที่ภูมิภาคกำลังเผชิญอยู่ ทั้งวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลก ปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประชุมผู้นำโลกเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน/สิ่งแวดล้อม (Copenhagen Summit) ที่จะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 52 การรับมือกับปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ การส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน การส่งเสริมการติดต่อสื่อสารและไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนในภูมิภาค รวมถึงการแก้ไขปัญหาข้ามชาติอื่นๆ เช่น อาชญากรรมและการก่อการร้ายข้ามชาติ
ในเรื่องวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลก ที่ประชุมรับทราบว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออก มีสัญญาณของการฟื้นตัว โดยหลายประเทศสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจของตนเองกลับมามีอัตราการขยายตัวได้แล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ได้ปรับตัวเลขประมาณการการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกในปีนี้ (2552) จากร้อยละ 3.4 เป็น 3.9 และในปีหน้า (2553) จากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 6.4 ในการนี้ ประเทศอาเซียน + 6 จึงสามารถแสดงบทบาทที่สำคัญในการพลิกฟื้นให้เศรษฐกิจของโลก กลับมาเป็นบวกได้อีกครั้งหนึ่ง และการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินการคลังของโลก
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังรับทราบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศได้เริ่มส่งผลแล้ว และเห็นว่าประเทศอาเซียน +6 ควรพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับช่วงเวลาและวิธีการที่เหมาะสม ที่แต่ละประเทศจะหยุดใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเอง (exit strategy) เพื่อไม่ให้ทำลายความสมดุลหรือส่งสัญญาณที่ผิดให้กับการฟื้นตัวที่ยังคงเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลก
โดยคำนึงว่า 6 จาก 16 ประเทศที่เข้าร่วมในที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เป็นสมาชิกของกลุ่ม G-20 (กลุ่มประเทศที่มีบทบาทนำในเศรษฐกิจโลก 20 ประเทศ) ในการนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับฟังข้อเสนอแนะว่า อาเซียน + 6 ควรต้องหาวิธีผลักดันให้กลไกการประชุมรัฐมนตรีคลังของอาเซียน + 6 เป็นส่วนหนึ่งหรือมีความเชื่อมโยงกับการประชุม G-20 อาทิ การจัดให้รัฐมนตรีคลังของอาเซียน + 6 พบกันก่อนการประชุม G-20 เพื่อประสานท่าทีซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน ที่ประชุมฯ ย้ำถึงการสนับสนุนให้การเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา และเปิดเสรีทางการค้ามากยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในประเด็นหลักที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือ การเปิดเสรีภาคสินค้าเกษตรของประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ รวมถึงได้เน้นถึงท่าทีของประเทศอาเซียน + 6 ในการต่อต้านการกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันเกี่ยวกับข้อเสนอแนะว่าด้วยการจัดตั้งความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านของเอเชียตะวันออก (Comprehensive Economic Partnership in East Asia - CEPEA)
ส่วนประเด็นภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ประชุมฯ เห็นพ้องกันว่า ควรประกาศเจตนารมณ์ทางการที่หนักแน่นว่า ประเทศอาเซียน +6 สนับสนุนให้ Copenhagen Summit ประสบผลสำเร็จ มิเช่นนั้น กระแสการขับเคลื่อนเพื่อผลักดันเพื่อการแก้ปัญหาโลกร้อน จะสูญเสียไป นอกจากนี้ ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคประสบปัญหาภัยพิบัติ ที่ประชุมเน้นถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือและจัดการกับภัยพิบัติ ซึ่งส่งผลต่อประชาชนและเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะการเสริมสร้างกลไกการประสานงานและช่วยเหลือ เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน
ในการนี้ที่ประชุมได้รับรองแถลงการณ์ชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งระบุถึงมาตรการต่างๆ ที่ประเทศอาเซียน + 6 จะร่วมมือกันในจัดการกับปัญหาภัยพิบัติด้านการร่วมมือด้านการศึกษา และเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยน/ติดต่อของประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียน + 6 และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและยอมรับในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ในการนี้ ที่ประชุมได้รับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ว่าด้วยการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร และมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางความคิด ปรัชญา และการศึกษาประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับฟังข้อเสนอว่า ประเทศต่างๆ อาจพิจารณาหาสถาบันการศึกษาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับมหาวิทยาลัยนาลัน เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ในระหว่างการหารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ผู้นำอีเอเอส ได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นที่สำคัญระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ อาทิ การลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์ในประเทศพม่า



