
อภิสิทธิ์เชื่อประชามติเป็นข้อยุติดีของการแก้รธน.
"อภิสิทธิ์" กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์" ช่วง"สุทธิชัย หยุ่น" เป็นพิธีกร เชื่อประชามติเป็นข้อยุติดีของการแก้รธน.
(25ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์" ช่วงที่ 3 โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการกลุ่มเนชั่น ได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกร เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความสมานฉันท์ ว่า ไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็นตรงกันได้ แต่เชื่อเรื่องการทำประชามติที่น่าจะเป็นที่ยอมรับ
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากทุกคนจะเอาตามความต้องการของตนเอง ก็ต้องเลิกพูดเรื่องสมานฉันท์ แต่ถ้าอยากสมานฉันท์ ทุกคนต้องพร้อมถอยบ้าง ส่วนตนถอยแต่ไม่ให้เสียหลักการ โดยอยู่บนเงื่อนไขและจะทำตามที่ประชาชนตัดสินคือประชามติ
ทั้งนี้นายสุทธิชัยได้เกริ่นนำก่อนถามถึงประเด็นข้างต้นว่า สวัสดีครับ ผมมาที่หัวหิน บังเอิญเป็นช่วงที่เขาประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 จบพอดี และเชื่อไหมครับว่า ผมแอบเห็นท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาอยู่แถวนี้ เห็นว่าเขากำลังจะถ่ายทำรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” สำหรับออกวันอาทิตย์พอดีครับ ความเป็นนักข่าวทำให้ผมจะต้องเข้าไปแจม เพื่อจะถามเขาว่าในใจ ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องอาเซียนมาก ว่าจากจุดนี้ไปหลังจากที่ไทยยกความเป็นประธานให้กับเวียดนามแล้ว 18 เดือนที่ผ่านมาที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพได้อะไรบ้าง และสิ่งที่เราพยายามที่จะให้อาเซียนเป็นของประชาชนจริง ๆ อย่างที่ท่านนายกฯ ว่ามันทำได้จริงหรือเปล่า เจอนายกฯ อย่างนี้ออกนอกเวทีห้องประชุม ต้องซักต้องถามกัน ดูสิครับว่าสวยยังไง ชายทะเลตรงหัวหินนี้ มองไกล ๆ นะครับจะเห็นเรือรบ ใช่ไหมครับ เรือรบนี่เป็นส่วนหนึ่งของ รปภ. สำหรับผู้นำอาเซียน 10 บวก 3 บวก 6 อย่าบอกใครนะครับว่ามาแอบจอดไว้เนี่ยเผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่โชคดีว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้น ไม่เกิดขึ้นครับ เดี๋ยวแอบไปซักถามนายกฯ ให้ท่านผู้ชมครับ
พิธีกร ครั้งสุดท้ายที่ได้มาดูทะเลนานแล้วยังครับ
นายกรัฐมนตรี ที่จริงผมเพิ่งแอบมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
พิธีกร ลงมาได้ยังไงครับ
นายกรัฐมนตรี ผมงานเสร็จวันอาทิตย์ประมาณบ่ายสอง ครอบครัวเขามาพักผ่อนที่นี่ ผมก็มาถึงนี่ประมาณ 4-5 โมงเย็น แล้วก็จันทร์เช้ากลับไปทำงานเหมือนเดิม
พิธีกร หลบมาโดยไม่รู้ ไม่มีใครสามารถ
นายกรัฐมนตรี คงรู้ครับ แต่รู้ว่ามาส่วนตัว แต่ว่ามาก็ไม่ได้เห็นหรอกครับ คราวที่แล้วมาถึงฝนตก
พิธีกร ท่านนายกฯ กับหัวหินนี่ ความจริงมีความใกล้ชิดกันพอสมควร
นายกรัฐมนตรี ผมก็มาเที่ยวตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเมื่อก่อนครอบครัวมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้น เวลาที่มีวันหยุดยาว หน้าร้อน ปิดเทอม อะไรก็จะมาหัวหินอยู่เป็นประจำ
พิธีกร ชีวิตเห็นทะเล ห่างไกลจากความเครียดทั้งหลายแหล่ของงานการ คิดบ้างไหมว่าเราตัดสินใจเป็นนายกฯ นี่คิดผิดหรือเปล่า ชีวิตมันน่าอภิรมย์กว่านี้เยอะแยะเลยที่จะมาเป็นนายกฯ เนี่ย
นายกรัฐมนตรี ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นน่ะครับ
พิธีกร ไม่เคย
นายกรัฐมนตรี ไม่เคยคิดอย่างนั้น ผมเป็นคนที่ถือว่าผมเลือกมาทำงานการเมืองเอง และก็สนุกกับงานการเมือง
พิธีกร สนุกจริง ๆ
นายกรัฐมนตรี สนุกจริง ๆ
พิธีกร วันก่อนผมเห็นท่านนายกฯ อิตาลี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ให้สัมภาษณ์
นายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้สนุกแบบนี้
พิธีกร สัมภาษณ์ CNN นะบอกว่า I don’t enjoy being prime minister it is my duty รู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่า
นายกรัฐมนตรี ผมคงไม่พูดอย่างนั้นน่ะครับ คือเป็นหน้าที่น่ะเป็นด้วย แต่ว่าผมก็มีความเชื่อมาตลอดว่าจะทำอะไรได้ดี ต้องสนุกกับมัน คือถ้าไม่สนุกก็ควรทำ เพราะในที่สุดจะทำได้ไม่ดี เพราะฉะนั้น ผมอยู่การเมืองมาผมรู้การเมืองมันก็คือการแก้ปัญหา และใครที่คิดว่าปัญหามันจะหมดไป จะไม่มีวันเจอวันนั้นน่ะ เรื่องนี้จบก็ต้องมีเรื่องใหม่มา
พิธีกร ใช่
นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น เราก็มีหน้าที่แก้ปัญหาไป และขณะเดียวกันพอเรารู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ เราก็จะไม่ให้ปัญหาวันต่อวันมาบดบังในสิ่งที่เราอยากทำสำหรับระยะยาวด้วย ผมก็สนุกกับการแก้ปัญหาไป
พิธีกร มันสนุกตรงไหน จริง ๆ แล้วในการเป็นนายกฯ
นายกรัฐมนตรี มันสนุกตรงที่ว่าเราพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง สังคม ให้ดีขึ้น มีหลายเรื่องที่เราใฝ่ฝันว่าประเทศไทยน่าจะต้องมี ผมยกตัวอย่างในเรื่องระยะยาวที่อยากทำตอนนี้คือเรื่องระบบสวัสดิการที่ดี เราเริ่มเรียนฟรี เราเริ่มทำเบี้ยยังชีพ นี่เราผ่านกฎหมายเรื่องกองทุนเงินออม เราปรับปรุงระบบสุขภาพอยู่ เรื่องแบบนี้เรามีความรู้สึกว่า เราได้มีส่วนในการผลักดันให้มันเกิดขึ้น สมมติ 5 ปี 10 ปีจากนี้ไป ระบบนี้มันเริ่มเติบโตขึ้น คนไทยถือว่ามีความมั่นคง มีสวัสดิการ ผมก็ว่ามันเป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ
พิธีกร นี่คือความฝันตอนอยากที่เป็นนายก ฯ อยากทำนั่นทำนี่ แต่พอมาเจอเข้าจริง ๆ มันทำได้ตามนั้นหรือเปล่า
นายกรัฐมนตรี คือเราก็รู้ว่าการบอกว่าคิดว่าจะทำนั่นทำนี่ได้เนี่ย มันไม่ใช่อยู่ที่เราคนเดียว
พิธีกร นั่นสิ ตอนที่ก่อนเป็นนายกฯ เราคิดว่า ถ้าเป็นนายกฯ นะ ฉัน 1-2-3-4 เลย
นายกรัฐมนตรี ไม่ล่ะครับ ผมเนี่ยผมเป็นคนที่ศึกษาเรื่องการเมือง สนใจเรื่องระบอบประชาธิปไตย มันไม่มีแล้วล่ะครับยุคนี้ ที่คิดว่ามีใครคนหนึ่งแล้วก็ทุบโต๊ะ ชี้นิ้ว แล้วมันจะเป็น ไม่มีล่ะครับ จะเป็นประเทศที่เป็น หรือไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ไม่มีใครทำได้แล้วยุคนี้
พิธีกร แม้กระทั่งเผด็จการ เด็ดขาด เบ็ดเสร็จ ก็ยังไม่ได้เหรอครับ
นายกรัฐมนตรี นับวันแม้แต่ผู้นำของมหาอำนาจก็จะรู้มากขึ้นด้วย ว่าตัวเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้หลายเรื่องโดยลำพัง
พิธีกร ดูโอบามาเป็นตัวอย่างใช่ไหม ตั้งแต่เรื่อง Health Care เรื่องผ่านกฎหมาย
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็ไม่ใช่เฉพาะท่านน่ะครับ ก็ทุกท่านก่อนหน้านี้ก็จะเริ่มเรียนรู้ ที่สุดแล้วสิ่งที่เราอยากทำ ถ้าอยากให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ คือต้องชวนคนทั้งประเทศ ชวนคนทั้งสังคม ให้อยากได้และก็อยากทำด้วยกัน อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด ก็ท้าทายดีครับ
พิธีกร แต่ว่าโดนด่า โดนวิจารณ์ตลอดเวลา ไม่รู้สึกเลยว่ามันคุ้มหรือเปล่าเนี่ย
นายกรัฐมนตรี เราต้องยอมรับว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเห็นเหมือนกันหมด คือการวิพากษ์วิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่มีใครวิจารณ์เลยก็แสดงว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ว่าแน่นอนล่ะ คนวิจารณ์ไม่มีใครชอบหรอกครับ แต่ว่าเราก็ฟัง ถ้าถามว่าหงุดหงิดบ้างไหม บางทีหงุดหงิดเวลาที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งไม่อยู่กับข้อเท็จจริง หรือว่าไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าไหร่ หรือว่าถ้าเลวร้ายที่สุดก็อาจจะมีวาระแอบแฝง อันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่มีอยู่บ้าง แต่ว่าถ้ามีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะซึ่งให้เราเห็นปัญหา เราต้องขอบคุณนะ เพราะฉะนั้น หลายเรื่องเวลาที่เป็นประเด็นขึ้นมา บางทีเราก็จะเห็นว่าทุกปัญหาเวลาถูกวิจารณ์ ผมไม่มีลักษณะที่จะไปตอบโต้แบบที่บอกว่า คุณว่าผม ผมว่าคุณ ผมก็จะบอกว่า พยายามจะอธิบายว่าที่คุณวิจารณ์มุมมองอาจจะต่างกัน และบางเรื่องผมต้องขอบคุณว่า เวลามีการตรวจสอบ ทำให้ผมสามารถที่จะไปมองเห็นบางจุด บางมุมได้
พิธีกร แต่สิ่งที่กำลังมีคำถามคือว่า คุณอภิสิทธิ์จะทนต่อแรงกดดันพวกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน มีความอึดแค่ไหน และมีความเป็นผู้นำแค่ไหน ตอนนี้ 10 เดือนแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำหรือเปล่า
นายกรัฐมนตรี ผมไม่อยากประเมินตัวเอง แต่ผมว่า 10 เดือนที่ผ่านมาก็มีหลายบททดสอบ
พิธีกร ชัดเจนมาก
นายกรัฐมนตรี ชัดเจน ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ
พิธีกร หลาย ๆ ครั้งทุกคนบอกว่าสงสัยไม่รอดแล้วมั๊งคราวนี้
นายกรัฐมนตรี แต่ว่ามันก็มุมมองล่ะครับ คืออย่างนี้ เวลาอยากจะบอกว่าอะไรนะ เป็นเด็ก อ่อน ไม่เข้มแข็ง ก็พูด บางทีก็บอกเด็กดื้อ แปลกดีนะ ก็แล้วแต่จะมอง
พิธีกร แล้วตกลงเราเป็นเด็กอะไรกันแน่
นายกรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าผมไม่รู้ว่าเด็กหรือเปล่านะครับ เด็กเขาไม่นับว่าผมเป็นเด็กอยู่แล้วล่ะ ผมก็อายุพอสมควรแล้ว ผมก็กล้าให้เปรียบเทียบได้ว่า ถ้าบอกว่าเด็กคือไม่มีวุฒิภาวะ ตอบผมมาว่าไม่มีวุฒิภาวะเรื่องอะไร เรื่องความสามารถ เรื่องจริยธรรม เรื่องอารมณ์ ตรงไหนบกพร่องบอกมา
พิธีกร ความเด็ดขาดไง บางคนมองบางเรื่องเนี่ยดูเหมือนคุณอภิสิทธิ์จะซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ไม่กล้าตัดสินใจ
นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีเลยครับ
พิธีกร ไม่กล้าทุบโต๊ะ
นายกรัฐมนตรี เรื่องไหนล่ะครับที่ซื้อเวลา
พิธีกร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
นายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ไม่ใช่เรื่องซื้อเวลาครับ เวลานี้ผมได้พูดจุดยืนของผมชัด มันมีความแตกต่างทางความคิดของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และเราก็พยายามที่จะหาทางที่จะไม่ให้มันเกิดความขัดแย้งที่รุนแรง
พิธีกร มันมีบางเรื่องที่มันมีปัจจัยนอกเหนือการควบคุม
นายกรัฐมนตรี นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
พิธีกร มีไหม
นายกรัฐมนตรี มีครับ มันก็ทุกเรื่องน่ะครับ นอกเหนือจากเศรษฐกิจ ผมถามก่อนเศรษฐกิจรอบนี้ ประเทศไทย คนไทย ทำอะไรผิด เราอยู่ของเราเฉย ๆ นอกเหนือความควบคุม เศรษฐกิจโลกมันล่ม ส่งออกหาย 20 เปอร์เซ็นต์ ท่องเที่ยวหาย 20 เปอร์เซ็นต์ เราก็จะมาโอดครวญว่าไม่ใช่ความผิดของเราก็ไม่ใช่ เราก็ต้องแก้ไขไป แต่จะมาบอกว่าทำไมรัฐบาลไม่สามารถทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมได้เลย มันก็ต้องเข้าใจว่าเงื่อนไขมันเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ผ่านมา 10 เดือน ผมก็ว่าการประเมินเริ่มแตกต่างแล้วนะ เมื่อต้นปีคนบอกคนจะว่างงาน 2 ล้าน เศรษฐกิจจะฟุบยาว อะไรต่าง ๆ ขณะนี้ไม่มีใครคิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้น มันก็มีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหามาโดยลำดับ และผมก็กล้าบอกว่า 10 เดือนหลายเรื่องซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทุกพรรคเคยพูดมา แต่ยังไม่ได้ทำ เราทำไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็ทำตามนี้ นโยบายอื่นๆ ก็เดินหน้า สมานฉันท์ก็อย่างที่บอกนะครับ ไม่มีใครสามารถทำให้คนทุกคนมาเห็นตรงกันอยู่แล้ว แต่ก็มีคำตอบ พอผมมีคำตอบเรื่องประชามติ ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ยอมรับ แต่บังเอิญตอนนี้ฝ่ายค้านเขาเปลี่ยนใจ
พิธีกร อันนี้จะถอยไหม อันนี้ทำให้ช้าลงไปอีกไหม กระบวนการเนี่ย
นายกรัฐมนตรี เราก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าตอนนี้
พิธีกร เพราะว่าจริง ๆ ในใจก็ไม่ค่อยอยากแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้วนี่
นายกรัฐมนตรี คือผมพูดอย่างนี้ ถ้าเราเอาความต้องการของตัวเอง ทุกคนนะครับก็ต้องเลิกพูดเรื่องสมานฉันท์ ถ้าอยากจะสมานฉันท์นั่นหมายความว่าทุกคนต้องพร้อมถอยบ้าง ผมถอยแต่ผมไม่ให้เสียหลักการ ผมถอยบนเงื่อนไขว่าผมจะทำตามที่ประชาชนตัดสิน ก็คือประชามติ



