ข่าว

พท.จี้"ปลดกษิตเสนอจิ๋วโซ่ข้อกลางอาเซียน

พท.จี้"ปลดกษิตเสนอจิ๋วโซ่ข้อกลางอาเซียน

25 ต.ค. 2552

เพื่อไทย จี้ “อภิสิทธิ์" ปรับนโยบายต่างประเทศ - ปลด “ กษิต" หลังประชุมอาเซียนเหตุนโยบายสร้างศัตรูมากกว่ามิตร ขาดการยอมรับในผู้นำอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้โอกาส “ บิ๊กจิ๋ว” ตัวแทนฝ่ายค้าน ใช้ความสามารถอดีตนายก ฯ - ความสัมพันธ์ส่วนตัวผู้นำอาเซียน ร่วมงานช่วย

 เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 25 ต.ค.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ หลังเสร็จสิ้นการประชุมอาเซียนซัมมิท

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า  การจัดประชุมอาเซียน ฯ ที่ผ่านมา วันแรก มีผู้นำอาเซียนมาไม่ครบเกือบครึ่ง ขณะที่ภาคประชาสังคมซึ่งเป็นเวทีคู่ขนานกับการประชุมอาเซียนก็วอคเอ๊าท์ ไม่เข้าร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนตามธรรมเนียมปฏิบัติ นอกจากนี้สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ยังให้สัมภาษณ์ยืนยันหลักการกฎหมายระหว่างประเทศว่าจะไม่สงตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก ฯ ให้กับรัฐบาลไทย เพราะเป็นคดีการเมืองซึ่งไม่เข้าข้อกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นสะท้อนให้เห็นนัยะทางการเมืองระหว่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้ และนายกษิต รมว.ต่างประเทศ ว่าน่าจะขาดศักยภาพ และการยอมรับในการประสานงาน

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายกษิต และรัฐบาล ล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ แบบขาดมิตรแต่เพิ่มศัตรูมากขึ้น ซึ่งความผิดพลาดทั้งหมดเกิดจากการที่นายอภิสิทธิ์ ตัดสินใจผิดตั้งแต่ต้นที่แต่งตั้งนายกษิต มาเป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งที่เคยร่วมชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งถูกกล่าวหาว่าก่อการร้าย และยังปราศรัยโจมตีสมเด็จฮุนเซน รวมทั้งการใช้ข้ออ้างข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหารมาเป็นเกมล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่ผ่านมาด้วย

 “ขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ ใช้วิกฤติเป็นโอกาสหลังเสร็จงานประชุมอาเซียน ควรต้องปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ และปลดนายกษิต ออกจากตำแหน่งเหมือนตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตต่ออายุรัฐบาล” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาแบบบูรณาการและแสดงความสมานฉันท์ นายอภิสิทธิ์และนายกษิต ควรใจกว้างเปิดโอกาสให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน ซึ่งเคยเป็นอดีตนายก ฯ ที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้ ความสามารถ รวมทั้งส่วนตัวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำในประเทศอาเซียน ให้เป็นผู้เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศกัมพูชา พม่า และมาเลเซีย ที่กำลังมีปัญหา แต่ไม่ได้หมายความถึงการเข้าไปเป็น รมว.ต่างประเทศ เพียงแต่ให้มีการเปิดโอกาสเหมือนในอารยะประเทศที่ให้บุคคลากรที่มีความรู้จากฝ่ายค้านร่วมทำงานให้ฝ่ายรัฐบาล ระดมสมองแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน โดยที่ชาติไม่ต้องสูญเสียงบประมาณ และจะเป็นการพิสูจน์ว่า นายอภิสิทธิ์ มีภาวะความเป็นผู้นำพอที่จะหลอมรวมใจของคนในชาติทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวกันในการร่วมแก้ปัญหาประเทศชาติแค่ไหน