ข่าว

อาเซียนและคู่เจรจาเตรียมให้คำมั่นสถาปนาประชาคม

อาเซียนและคู่เจรจาเตรียมให้คำมั่นสถาปนาประชาคม

25 ต.ค. 2552

ผู้นำอาเซียนและคู่เจรจาเตรียมให้คำมั่น ผลักดันการสถาปนาประชาคมแบบเดียวกับสหภาพยุโรป เลขาอาเซียนชี้ไทยได้ประโยชน์จากการประชุม

บรรดาผู้นำชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน เตรียมจะให้คำมั่นเพื่อเอาชนะความขัดแย้ง และผลักดันการสถาปนาประชาคมแบบเดียวกับสหภาพยุโรป หรือ อียู ในระหว่างพิธีปิดการประชุมสุดยอดประจำปี ที่ประเทศไทยในวันนี้ ขณะที่ประเด็นสิทธิมนุษยชน ,ข้อพิพาทชายแดน และสัญญาณบ่งชี้ถึงการขาดความกระตือรือร้นต่อการประชุม ที่ต้องเลื่อนออกไปถึง 2 ครั้งเพราะการประท้วง ได้ทำลายการประชุมของผู้นำในภูมิภาค ที่มีประชาการอาศัยอยู่มากกว่าครึ่งโลก

แผนการที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอิทธิพลในภูมิภาค ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ด้วยการกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ในระหว่างการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 3 วัน ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งผู้นำประเทศเหล่านี้ ได้เตรียมจะร่วมลงนามให้สัตยบรรณรับรองข้อตกลงส่งเสริมเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มทางการเมืองและความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโลก และการจัดการด้านภัยพิบัติ
 
ข้อเสนอของญี่ปุ่น ที่ต้องการให้สถาปนาประชาคมเอเชียตะวันออก จะถูกนำมาตัดสินใจกันอีกครั้ง หลังจากนายกรัฐมนตรียูคิโอะ ฮาโตยามะ กล่าวว่า ภูมิภาคแห่งนี้ควรจะมีความปรารถนาที่จะเห็นเอเชียตะวันออกก้าวไปเป็นผู้นำโลก ขณะที่ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ก็มีกำหนดจะย้ำฉันทามติร่วมกันที่จะสร้างประชาคมการเมืองและเศรษฐกิจของตัวเอง ภายในปี 2558 เช่นกัน
 
เอเชียนั้นฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ได้รวดเร็วกว่าสหรัฐและชาติตะวันตกอื่น ๆ และมองเห็นตัวเองกำลังอยู่ในจุดยืนที่ทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวทีสากล แต่การถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจุดยืนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ได้ให้สมาคมอาเซียนต้องมัวหมองอีก นักเคลื่อนไหวได้โจมตีผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมที่หัวหินว่า ไม่ค่อยจะพูดถึงเรื่องที่รัฐบาลทหารพม่า ยังคงกักบริเวณนางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
 
สมาคมอาเซียน ได้เรียกร้องให้พม่าจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและยุติธรรม ในปี 2553 แต่ไม่สามารถเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางซูจีได้ นายกรัฐมนตรีเต็ง เส่ง ได้บอกกับบรรดาผู้นำชาติสมาชิกคนอื่น ๆ ว่า รัฐบาลอาจผ่อนปรนเงื่อนไขการกักบริเวณนางซูจี ที่เพิ่งถูกตัดสินให้ขยายออกไปอีก 18 เดือน เมื่อเดือนสิงหาคม 

ส่วนการเปิดตัวคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ถูกบดบังด้วยประเด็นการห้ามแกนนำนักเคลื่อนไหวหลายคน เข้าร่วมการประชุมกับผู้นำในภูมิภาคเพื่อร่วมหารือเรื่ององค์กรใหม่แห่งนี้ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาค ก็มีทำลายส่วนสำคัญของเจตนารมย์ที่ต้องการความเป็นเอกภาพด้วยเช่นกัน นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ ของอินเดียในระหว่างการเจรจานอกรอบการประชุมสุดยอดเมื่อวันเสาร์ ที่จะแก้ไขข้อพิพาทบริเวณชายแดน ที่สองประเทศเคยปะทะกันมาแล้วเมื่อปี 2505 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จีนได้แสดงท่าทีต่อต้านการไปเยือนรัฐอรุณาจัลประเทศ ที่เป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง ที่องค์ทะไล
ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณของทิเบต ก็มีแผนจะไปเยือนในเดือนหน้าด้วย

เลขาอาเซียนชี้ไทยได้ประโยชน์จากการประชุม

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ในช่วงวันนี้ว่า กลุ่ม ประเทศอาเซียน บวก 6 ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์ จะมีการหารือร่วมกันในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้มีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น   ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ   สังคม การเงิน การคลัง และการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาใหญ่ๆของโลก

เช่น   การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   ในเวทีการประชุมของกลุ่มประเทศที่มีบทบาทนำทางเศรษฐกิจของโลก 20 ประเทศ หรือ จี 20 ซึ่งไทยจะได้รับประโยชน์ด้วย   เนื่องจากกลุ่มประเทศอาเซียน บวก 6 มีการเจริญเติบโตของ จีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 20 ของโลก   และมีมูลค่าการค้าการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 20 ของโลก   ขณะที่ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศครึ่งหนึ่งของโลกด้วย