
นายกฯจีนหนุนลงทุนหัวรถจักรต่อไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าพบและหารือกับ นายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ณ โรงแรมฮิลตัน หัวหิน-ชะอำ ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม
นายกรัฐมนตรีจีนแสดงความยินดีที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีไทย และกล่าวชื่นชมการจัดเตรียมงาน ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ของไทย ซึ่งไทยได้ทำงานอย่างหนักหลายอย่างที่ทำให้การประชุม ในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และ ยินดีที่จะร่วมมือผลักดันการประชุมครั้งนี้ให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ประธานาธิบดีจีนได้แสดงความปลื้มปิติและส่งความปรารถนาดี ผ่านนายกรัฐมนตรีจีนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรมาในโอกาสนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีนสู่ไทย และขอบคุณนายกรัฐมนตรีจีนที่ได้แสดงความห่วงใยและส่งความปรารถนาดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอบคุณที่ทางรัฐบาลจีน ได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นอย่างดีในทุกครั้งที่ พระองค์ทรงเสด็จไปเยือนเมืองจีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงระลึกถึงการไปเยือนเมืองจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทางรัฐบาลจีน และได้รับการสนับสนุนผลักดันความร่วมมือ ในหลายประเด็น อีกทั้ง เมื่อเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย ภาคธุรกิจจากจีนได้ให้ความสนใจเพิ่ม การค้าการลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจีน มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ในโอกาสที่ปีหน้าเป็นปีแห่งการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน 35 ปี จะขอเชิญนายก รัฐมนตรีจีนเยือนประเทศไทย นอกจากนี้ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน จะได้มาเยือนประเทศไทยซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างสองฝ่ายให้มากยิ่งขึ้น
ในประเด็นด้านความร่วมมือ รัฐบาลไทยได้ติดตามความร่วมมือด้านรถไฟและระบบรถราง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งคณะทำงานในด้านนี้มารองรับซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมจะได้เดินทางไปทาบทามรัฐบาลจีนเพื่อร่วมลงทุนโดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งออก
นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลจีนที่ริเริ่มความร่วมมือหลายอย่างที่สนับสนุนความร่วมมือของภูมิภาคในกรอบอาเซียน โดยเฉพาะข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีจีนหลายข้อต่อที่ประชุมเมื่อวานนี้ แม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของรัฐบาลไทยจะหมดลงในปีนี้ แต่จะยังคงยืนยันการสานต่อการสนับสนุนบทบาทของจีนต่ออาเซียนต่อไป นอกจากนี้ ในระยะสั้น รัฐบาลไทยจะผลักดัน "มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (Chiangmai Initiative)" ให้เป็นรูปธรรม
ทางด้าน มิตรภาพของรัฐบาลไทย-จีน ได้ผ่านการพิสูจน์ผ่านกาลเวลาและกระแสความเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลก ในฐานะประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ได้ติดตามความก้าวหน้าของไทยมาโดยตลอด และขออวยพรให้รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ ให้ก้าวหน้า มั่นคง และประชาชนในประเทศมีความสุข
สำหรับในปีหน้าที่จะครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 35 ปี รัฐบาลจีนยินดีให้ความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สองฝ่ายไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีนในอาเซียน เศรษฐกิจของไทยสามารถส่งเสริมจีนได้มาก และทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่กันโดยตลอด ทางจีนเห็นว่าไทยควรใช้ประโยชน์จากคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่แล้วเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศให้เต็มที่ สำหรับเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยต่อโครงการความร่วมมือรถรางและหัวรถจักร รวมทั้งความร่วมมือด้านพลังงานรัฐบาลจีนมีความยินดีและท่าทีในเชิงบวก โดยจีนได้เสนอสินเชื่อส่งออกต่อไทยในปีเพื่อเสริมสร้าง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในไทย นอกจากนี้ การค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและ การขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่จำเป็น
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้สนับสนุนจีน รวมทั้งได้แสดงบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมบทบาทของจีนต่อการร่วมมือกับอาเซียนในหลายด้าน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีไทยได้ยืนยันการผลักดันความสัมพันธ์ทางการทูตที่จะครบรอบ 35 ปี ไทย-จีน ในปีหน้า และการผลักดันการดำเนินการเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยเร่งรัดการ ดำเนินงานผ่านคณะกรรมการร่วมในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และขอชื่นชมรัฐบาลจีนโดยเฉพาะ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประธานาธิบดีของจีนได้แถลงต่อที่ประชุมสหประชาชาติกล่าวสนับสนุนการแก้ไข ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ณ สถานที่จัดประชุมสหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ค
ทางด้านจีน ได้กล่าวว่าท่าทีของรัฐบาลจีนต่อปัญหาดังกล่าวเป็นจุดยืนที่ไม่เคยเปลี่ยน และต่อจากนี้ จะได้แสดงจุดยืนดังกล่าวในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ให้ได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐบาลไทยที่ได้กรุณาเชิญมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยหลายครั้ง และหวังว่าจะได้มีโอกาสมาอีก อีกทั้งเห็นว่าทั้งสองประเทศควรรักษาประเพณีการเป็นครอบครัวเดียวกัน และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติสละเวลาในการเดินทางมาพบนายกรัฐมนตรีจีน ณ โรงแรมที่พักในครั้งนี้
อภิสิทธิ์หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย
นายอภิสิทธิ์ ยังได้หารือทวิภาคีกับนาย Kevin Rudd นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ณ โรงแรมดุสิตรีสอร์ต หัวหิน โดยมี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะผู้แทนการค้าไทย เข้าร่วมหารือด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาเซียนพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของออสเตรเลียต่อการพัฒนาความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะต้องขยายความร่วมมือให้กว้างขวางนอกเหนือไปจาก ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ไปสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและประเด็นสังคมอื่นๆ ครอบคลุมความร่วมมือทั่วภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและยินดีที่เห็นพระองค์ปรากฎพระวรกายผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันศุกร์ 23 ตุลาคมนี้ ด้วยพระอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงเป็นขวัญใจของชุมชนของคนไทยในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังเป็นเคารพของคนออสเตรเลียเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังชื่นชมสุนทรพจน์เปิดการประชุมของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงเจตนารมย์ไม่เพียงแต่กระชับความร่วมมือภายในภูมิภาค ยังขยายแนวร่วมและมิตรประเทศนอกภูมิภาค เพื่อเตรียมรับกับความท้าทายต่างๆ สำหรับการหารือเพื่อพัฒนากรอบการประชุมเอเชียตะวันออก ในวันนี้ จะได้มีการพูดคุยการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ตามทิศทางของการประชุมระหว่างโลกในเวทีอื่นๆ โดยเฉพาะการประชุม G 20 การประชุมเอเปกในเดือนหน้าด้วย
ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความก้าวหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยว่า จะสามารถเห็นการเติบโตของไทยในทางบวก อยู่ที่รัอยละ 2-4 ในปีหน้า จากการดำเนินการลงทุนปรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรัฐบาล อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงต้องเดินหน้าการพัฒนา โดยเฉพาะ การสร้างศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขัน การศึกษา ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความวิตกในการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานข้อกำหนดด้านภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานต่างชาติในออสเตรเลีย ซึ่งไทยได้แจ้งว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อพ่อครัวแม่ครัวไทยและกิจการร้านอาหารไทยในออสเตรเลีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยังรับปากจะนำข้อห่วงใยของไทยนำไปพิจารณาอีกครั้ง
อภิสิทธิ์พบปะกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ได้หารือทวิภาคีกับนาย John Key นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ก่อนการประชุมความร่วมมือเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมดุสิต รีสอร์ต หัวหิน โดยมี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะผู้แทนการค้าไทย เข้าร่วมหารือด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมแจ้งว่า อาเซียนได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างกันอย่างไม่เป็นทางการ รวมทั้งยังได้มีการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา คือ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ในวันนี้ ที่ประชุมจะได้มีการหารือความร่วมมือเอเชียตะวันออก ซึ่งจะมีวาระสำคัญทั้งความร่วมมือทั้งประเด็นเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านการค้า การลงทุนและความมั่นคง ซึ่งนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า อยากเห็นความร่วมมือในภูมิภาคขยายกรอบมากกว่าการค้าและการลงทุน ไปสู่ด้านสังคมและเทคโนโลยีด้วย
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์แสดงความยินดีที่ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ของไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับความร่วมมือระหว่างอาเซียนและนิวซีแลนด์ ภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการค้าและการลงทุนที่การเติบโตอย่างต่อเนื่องและเชื่อว่าทั้งสองภูมิภาคยังมีศักยภาพในการขยายตัวและพัฒนาได้อย่างกว้างขวางและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ ยังได้ขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศอย่างต่อนื่อง อาทิ ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างนิวซีแลนด์และจีน และความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างนิวซีแลนด์และมาเลเซีย สำหรับความตกลง Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership (TNZCEP) ก็ทำให้ปริมาณและมูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวแสดงความประทับใจต่อการปฏิรูปการบริหารจัดการภายรัฐของนิวซีแลนด์ ซึ่งมีรูปแบบที่น่าสนใจโดยได้นำนักวิทยาศาสตร์ และนักวิชาการชั้นนำ โดยให้เป็นที่ปรึกษาของภาครัฐ ทำให้มีการเชื่อมต่อระหว่างนักวิชาการ ภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป



