ข่าว

แม่ยันไม่เผาศพพลทหาร! หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

แม่ยันไม่เผาศพพลทหาร! หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

30 ส.ค. 2561

แม่พลทหารยันไม่เผาศพลูกชาย หากยังไม่ได้ความเป็นธรรม หลังถูกเพื่อนร่วมกองร้อยจ้วงเเทงดับคาสถานบันเทิง

 

               แม่พลทหารยันไม่เผาศพลูกชายหากยังไม่ได้ความเป็นธรรม หลังถูกเพื่อนร่วมกองร้อยจ้วงเเทงดับคาสถานบันเทิงย่านปิ่นเกล้า ตำรวจเผยรวบแล้ว 2 ยืนยันทุกฝ่ายทำคดีด้วยความเป็นธรรม

 

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 ส.ค.61 ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 และ พล.ต.กฤษณ์ดนัย อิทธิมณฑล เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 1 พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ และทีมพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เรียกตัว นางรัชนก แซ่ลิ้ม อายุ 61 ปี แม่ของ พลทหารบุญฤทธิ์ เอี่ยมสิริลักษณ์ หรือเก่ง อายุ 21 ปี สังกัดกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งถูกแทงเสียชีวิตในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เข้าพบเพื่อยืนยันความคืบหน้าทางคดีที่ลูกชายถูกเพื่อนทหารสังกัดเดียวกันแทงตายและแม่ผู้เสียหายเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

แม่ยันไม่เผาศพพลทหาร! หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

               พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคู่กรณีที่เป็นทหารทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะต้องประสานทหารพระธรรมนูญเข้าร่วมฟังการสอบสวนทุกครั้ง และที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากฝ่ายทหารทุกครั้ง ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ 1 ราย จากนั้นเมื่อมีพยานหลักฐานไปถึงผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 ราย ก็ประสานทหารพระธรรมนูญ นำตัวมามอบให้

 

               จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยอมรับสารภาพ จึงแจ้งข้อกล่าวหาสูงสุดคือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย นำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุและฝากขังศาลทหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันทุกฝ่ายทำคดีด้วยความเป็นธรรม สอบปากคำผู้จัดการร้าน เด็กเสิร์ฟ และผู้เห็นเหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมด ส่วนหลักฐานที่มีอยู่ทั้งคลิปที่มีพลเมืองดีส่งให้แม่ผู้เสียชีวิต ก็กำลังจะนำมาประกอบสำนวนคดี สำหรับกล้องวงจรปิดในร้านที่ตรวจพบว่าชำรุด เราก็ตรวจยึดฮาร์ดดิสก์มาไว้เป็นที่เรียบร้อย

 

 

แม่ยันไม่เผาศพพลทหาร! หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

               พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ก่อเหตุเพิ่มเติมที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีมากกว่า 2 คนนั้น จะต้องดูองค์ประกอบว่าหลักฐานต่างๆ เชื่อมโยงไปถึงหรือไม่ หากตรวจพบว่าใครกระทำความผิดก็จะประสานทางทหารพระธรรมนูญให้นำตัวมามอบกับพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทางคุณแม่ผู้เสียชีวิตและทนายความนั้น ได้เข้ามาให้ข้อมูลว่าหลังจากนี้เกรงไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ให้ นางรัชนก เขียนคำร้องเอาไว้และหลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยให้ และจะติดตั้งตู้แดงไว้ให้สายตรวจไปตรวจตราตามวงรอบด้วย ขอให้ทุกฝ่ายยุติความกังวลใจ คดีนี้ทาง บก.น.7 แต่งตั้งพนักงานสอบสวนขึ้นมาทำโดยเฉพาะร่วมกับทางทหารพระธรรมนูญแล้ว และอยู่ระหว่างการเร่งรัดขอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคนผิดต้องได้รับโทษ ไม่มีใครช่วยเหลือใครอย่างแน่นอน

 

               ด้าน นางรัชนก แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกมั่นใจขึ้นว่าจะได้รับความยุติธรรม เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาของตำรวจและทหาร ลงมาดูแลคดีด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามจะยังไม่เผาศพลูกชายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งศพก็จะนำฝากไว้ในโลงเย็นของวัดบางยี่ขัน แม้จะต้องกู้เงินมาเช่าโลงเย็นด้วยราคาวันละ 1,200 บาท ก็จะรอความยุติธรรม คดีนี้หลังเกิดเหตุใหม่ๆ มีนายทหารยศนายพันท่านหนึ่งพยายามโทรศัพท์มาเจรจากับตน โดยอ้างว่า ทางผู้ก่อเหตุก็เป็นคนยากจนเช่นกัน จึงอยากหยิบยื่นเงินสดช่วยเหลือเบื้องต้นให้ จำนวน 200,000 บาท ทีแรกตนก็เกือบจะรับเอาไว้ แต่คู่กรณีผิดนัดไม่มาพบตน ประกอบกับเมื่อตนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก็โทรศัพท์มาต่อว่า หาว่าตนมาฟ้องตำรวจและเตรียมตัวจะออกแถลงกับสื่อมวลชน กระทั่งคืนวันก่อนที่ตนจะเดินทางไปร้องทุกข์กับกองปราบปราม ก็มีคนมาดักรอหน้าบ้านทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องขอการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

 

แม่ยันไม่เผาศพพลทหาร! หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

               ขณะที่ พล.ต.กฤษณ์ดนัย กล่าวว่า คดีนี้ตนยืนยันทหารทุกนายที่อยู่ในจุดเกิดเหตุนั้นไม่ได้หลบหนีออกมาจากค่าย เพราะตอนเกิดเหตุเป็นวันหยุดพักผ่อนตรงกับเสาร์-อาทิตย์ จากนั้นต่างฝ่าย ต่างก็นัดหมายไปดื่มสังสรรค์และพบกันจนเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท ซึ่งการดื่มสุราทะเลาะวิวาทก็ถือเป็นเรื่องผิดวินัยอยู่แล้ว จึงมอบหมายให้ทหารพระธรรมนูญคุมตัวทหารกลุ่มนี้เอาไว้ หากพนักงานสอบสวนประสานมา ต้องการตัวใครเข้าสอบปากคำก็จะนำมามอบให้ด้วยความยุติธรรม

 

               ในส่วนของมูลเหตุที่เกิดขึ้นนั้นขอไม่ให้รายละเอียดเนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน ส่วนทหารยศนายพันที่โทรศัพท์ไปขอเจรจากับคุณแม่ผู้เสียชีวิต คาดว่า เป็นผู้บังคับกองร้อยของทหารทั้งหมด โดยตนเชื่อว่าคงเป็นเงินเยียวยาเบื้องต้นที่ทางญาติของผู้ต้องหารวบรวมมาต้องการจะมอบให้คุณแม่ แต่ที่ต้องผลัดวันนัดหมายก็เพราะขณะนั้นยังสรุปไม่ได้ว่าใครจะตกเป็นผู้ต้องหาบ้าง

 

               สำหรับ นายวรินทร์ อัฐนาค ประธานชมรมโดมเพื่อคุณธรรม ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย แก่ พลทหารบุญฤทธิ์ เอี่ยมสิริลักษณ์ ผู้ตาย กล่าวว่า ขณะนี้มั่นใจขึ้นมา 40 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 60 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังต้องเดินหน้าหาความยุติธรรมกันต่อไป ตนยืนยันฝ่ายกฎหมายไม่ใช่คู่ขัดแย้งของทั้งตำรวจและทหาร แต่คู่ขัดแย้งของเราคือผู้ก่อเหตุทั้งหมดต่างหากที่ต้องนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เบื้องต้นทาง ผบก.น.7 แจ้งว่าหลังจากนี้ถ้าหากติดขัดประการใดให้ติดต่อสายตรงได้ตลอดเวลา โดยมารยาทไม่อยากก้าวล่วงในสำนวนการสอบสวน แต่หลังจากนี้ทีมทนายความจะเข้าปรึกษาพนักงานสอบสวน ให้ตั้งข้อหาเป็นร่วมกันฆ่า เนื่องจากผู้ต้องหาขณะนี้มีมากกว่า 1 คน จึงต้องชัดเจนทั้งพยานและหลักฐานเพราะคดีนี้เป็นคดีอาญา