ข่าว

ปรับแผนสู้ “ตามบัญชา”นายใหญ่

ปรับแผนสู้ “ตามบัญชา”นายใหญ่

25 ต.ค. 2552

แม้วที่ทั้งดูด ทั้งดึง กวาดต้อนเอาบรรดา "กลุ่มคนไม่เอารัฐบาลประชาธิปัตย์และฝั่งอำมาตยาธิไตย" ตาม "แผนได้เวลาเอาคืน"

 จนเหลือบไปดูบรรยากาศ "ค่ายเพื่อไทย" ยามนี้ อดต๊กกะใจไม่ได้ ที่เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน กับบรรยากาศที่มีทั้งทหาร "จปร. 7 ตท.10 อดีตซีกที่เคยปฏิวัติรัฐบาลทักษิณ 19 ก.ย.2549"

 พากันตบเท้าเดินเข้าเดินออกที่ทำการพรรคกันพึ่บพั่บ เกือบจะกลายเป็น "พรรคสีเขียว" ซะยังงั้น โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ที่กลายเป็นพื้นที่ในฝันที่ "ดารา" จะขอจองคิวลง ส.ส.เป็นอันดับต้นๆ

 ยังไม่นับภาพการไหลเข้าของบรรดา ส.ส.จากพรรคต่างๆ ทั้ง เพื่อแผ่นดิน ประชาธิปัตย์ ตลอดจนเหล่าพระเอก ตัวร้าย ที่แห่กันมาจองคิวขอลงสมัคร ส.ส. ไล่ตั้งแต่พระเอกตัวจริงอย่าง "อาแอ๊ด" สมบัติ เมทะนี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.

 ส่วนที่ยังอยู่ระหว่างรอการเคาะ ก็มีชื่อของ "ดาราแฝดท็อป-ไทด์" บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ จะลงสมัคร ส.ส.ปราจีนฯ "โด่ง" อรรถชัย อนันตเมฆ จะลงสมัครเป็น ส.ส.กทม.ไม่นับชื่อของดาราสาว "สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์" ที่มีข่าวว่าแกนนำสายตรง "ชินวัตร" ออกโรงทาบทามเอง

 แถมก่อนหน้านี้ก็มีชื่อของ "มือต่อย" เมธี อมรวุฒิกุล ที่พยายามเกาะติดแม่บ้านจันทร์ส่องหล้าขอลง ส.ส.กทม. หมวดเจี๊ยบ แวร์อาร์ยู ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รวมถึง "โฆษกเสด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเองที่มีข่าวว่าจองลง ส.ส.กทม.ฝั่งธนฯ

 งานนี้เลยส่อเค้าที่บรรดาแกนนำหัวหอกพรรคจะต้องปวดหัวแน่ เพราะว่ากันว่ามีรายชื่อดาราที่ทยอยเปิดออกมาทั้งทางการและเป็นไม่เป็นทางการ

 จนแทบจะล้นพรรคเป็นเพราะทั้ง ส.ส.กทม.แกนนำพรรคสายตรงชินวัตร แกนนำ 111 อย่าง "เจ๊หน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รวมทั้งดารารุ่นพี่อย่าง "เสด็จพี่พร้อมพงศ์" เป็นต้นที่ต่างคนก็ต่างถือสิทธิ ไปกว้านหาคนมาลง ขณะที่ดาราบางคนก็ใช้วิธีลัดไปเกาะติดแกนนำใกล้ชิด "ทักษิณ" เพื่อให้ตัวเองได้ลง

 "เมินระบบคัดกรองคุณภาพ" เลยทำให้ออกมาในแนวสะเปะสะปะอย่างที่เห็น

 ท่ามกลางเสียงเม้าท์ของ ส.ส.ในพรรคทำนองว่า พอหัวหน้าตัวจริงอยู่ดูไบ แกนนำพรรคแต่ละคนก็ฉวยจังหวะนี้โชว์เพาเวอร์ อ้างสิทธิ์อนุมัติซะงั้น ทั้งๆ ที่พื้นที่ กทม.ล่อแหลมต่อกระแส

 ที่อาจถูกฝ่ายตรงข้าม "ค่ายสะตอ"ออกมาบลัฟว่า กลายเป็น "พรรคสุสานทหารแก่" หรืออาจถูกมองเป็น "พรรคดาราไม้ประดับ"

 แต่งานนี้ถูกปรามาสไม่เท่าไหร่ กระแส กทม.ตกฮวบไม่สมราคาคุยจะได้เป็น "รัฐบาลพรรคเดียว" ตามแผนล่ะก็ "นายใหญ่แม้ว" มีหวังได้อยู่ "ดูไบ" ยาว หุหุ !!!

คลื่นลูกใหม่

 นับเป็น ส.ส.ห้าวเป้ง ความแรงแซงทางโค้งจริงๆ สำหรับ "ชาญชัย อิสระเสนารักษ์" ส.ส.นครนายก แห่งค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผม ผู้หาญกล้า เปิดหน้าซด "ขุนพลเอก" ผู้กุมชะตาพรรคร่วมรัฐบาล อย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

 ด้วยความที่ "ชาญชัย" อยู่ในเครือข่าย "ทศวรรษใหม่" มุ้งการเมืองปีก "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ที่เคยขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับปีกของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ที่ใช้นามว่า "ผลัดใบ" หัวหอกสำคัญของ "ผลัดใบ" คือ "เทพเทือก"

 การออกมาโวยรอบนี้จึงหนีไม่พ้นคำครหานินทาว่า "รับงาน" เคลื่อนไหวถล่ม "ผลัดใบ" ด้วยปมแค้นที่เก็บกดมาตั้งแต่ที่ประมุข "ผลัดใบ" ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าเครือข่าย "ทศวรรษใหม่" แทบจะสูญพันธุ์ไปจากคณะรัฐมนตรี ที่เห็นก็มีแต่สาย "ผลัดใบ" ทั้งนั้นเติบโตกันพรวดพราด

 เพิ่งเป็น ส.ส.ไม่กี่สมัยก็มีวาสนาได้นั่งหล่อในเก้าอี้เสนาบดี

 ขณะที่ฝั่ง "ทศวรรษใหม่" มี ส.ส.โคตรเก๋าอยู่เพียบ กลับไม่ได้รับการเหลียวแล

 ดังนั้น "ทศวรรษใหม่" จึงต้องโชว์เหนือ แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ไล่บี้เพื่อให้คายเก้าอี้ออกมาแบ่งสรรปันส่วนกันบ้าง

 แต่เรื่องนี้ "เจ้าตัว" ยืนยันเสียงแข็งว่าที่ออกมาเที่ยวนี้ไม่ใช่เพราะอยากเป็นรัฐมนตรี ตัวเองชอบทำงานนิติบัญญัติมากกว่า ทำอะไรได้เยอะดี

 แถมยังบอกด้วยว่าแม้แต่นายบัญญัติเองก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าสังคมจะเห็นร่องรอยความแตกร้าวในพรรคประชาธิปัตย์ที่วันนี้จะหาใบบัวใหญ่ขนาดไหนก็ปกปิดได้ไม่มิดเสียแล้ว

 "พี่หยัด เรียกผมไปถามเรื่องที่ออกมา ท่านบอกว่าพี่พูดแรงจัง ผมก็ตอบไปว่าผมไม่ได้พูดแรง แต่ผมพูดตรง หลักการของพรรคก็เป็นหลักการ ใครทำให้จุดยืนพรรคเปลี่ยนไปจนมีผลสร้างความเสียหายให้ประเทศก็มีสิทธิ์ถูกปลดออกทั้งนั้น"

 ทันที "บัญญัติ" ได้ฟังอุดมการณ์จากปากของเด็กในมุ้ง ก็ภูมิใจอย่างยิ่ง แอบเปรยๆ “ชาญชัย” ทำนองว่าทำได้ยังไงมาแถลงข่าวแล้วเป็นประเด็นใหญ่โต เรื่องคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมพูดมา 3 เดือนแล้วยังไม่ดังเท่าคุณพูดแค่ครั้งสองครั้งเอง

 เป็นธรรมดาล่ะ “ลุงหยัด” ที่ “คลื่นลูกใหม่” ย่อมแรงกว่า “คลื่นลูกเก่า” วันยังค่ำ อย่าไปคิดมาก