
จี้เร่งขยายเอฟทีเอไทย-อินเดียชิงก่อนคู่แข่ง-มองกำลังซื้อสูง
ที่ปรึกษาพาณิชย์แนะไทยเร่งขยายเอฟทีเอกับอินเดีย เข้าเจาะตลาดก่อนคู่แข่ง ชี้คนชั้นกลางมีกำลังซื้อสูงมีจำนวนมาก มองสินค้าเกษตรยังส่งออกน้อยต้องเร่งทำตลาด
นายสาธิต เซกัล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยควรเร่งเดินหน้าขยายข้อตกลงเขตการค้าเสรี ไทย-อินเดีย โดยเพิ่มรายการสินค้าให้มากกว่า 82 รายการที่มีในปัจจุบัน เนื่องจากสินค้าไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งสินค้าไปขายในอินเดียมากขึ้น หากไม่เช่นนั้นจะมีคู่แข่ง เช่น จีนเข้าไปแทน โดยคนอินเดียกลุ่มคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงขณะนี้มีจำนวนมากถึงประมาณ 300 ล้านคน เท่ากับกำลังซื้อของสหรัฐ ซึ่งคนอินเดียกลุ่มนี้ให้ความสนใจสินค้าที่มีคุณภาพ
สำหรับยอดส่งออกสินค้าไทยไปอินเดียนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 20% ตั้งแต่ปี 2543-2552 เนื่องจากผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญและสนใจตลาดอินเดียมากขึ้น แม้จะกล้าๆ กลัวๆ และต้องขอเตือนผู้ประกอบการไทยให้เร่งเจาะตลาดอินเดีย เพราะประเทศคู่แข่งของไทยก็สนใจตลาดอินเดียเช่นกัน ส่วนสินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญโดยภาพรวม 85% เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ขณะที่สินค้าเกษตรมีเพียงยางพาราเท่านั้น ดังนั้น ไทยควรเร่งเพิ่มส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าที่ผลิตโดยเอสเอ็มอีไทยให้มากขึ้น
"ชาวอินเดียนิยมบริโภคผลไม้ที่มีรสหวาน ดังนั้น สินค้าที่ควรส่งออกไปอินเดีย เช่น มะขามหวาน เงาะ และมังคุด โดยเฉพาะช่วงที่ผลไม้ไทยออกสู่ตลาดมากจนเกินความต้องการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำได้ ล่าสุดอินเดียยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำตาลทราย ไทยก็สามารถส่งออกไปขายได้เช่นเดียวกัน" นายสาธิตกล่าว และว่า ในส่วนของธุรกิจบริการไทยก็สามารถเจาะลูกค้าอินเดียได้เช่น เนื่องจากแต่ละปีคนอินเดียมาท่องเที่ยวในไทยปีละ 6 แสนคน



