ข่าว

เตีย บัน-"ทุกคนเข้าใจดีว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควร"

เตีย บัน-"ทุกคนเข้าใจดีว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควร"

25 ต.ค. 2552

ท่ามกลางความร้อนระอุของสายสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชา ที่เพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นนับจากข้อพิพาทชายแดน กระทั่งล่าสุด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 กลายเป็นประเด็นบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก” ถึงที่มาที่ไปของการเดินทางเยือนกัมพูชาของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้พบปะกับ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

 "เรื่องนี้ไม่เห็นมีอะไร และ พล.อ.ชวลิตก็ได้พูดคุยกับ สมเด็จ ฮุน เซน เรียบร้อยหมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตให้ที่พำนักพักพิงแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้ฐานะเพื่อนที่รู้จักกันมาไม่ได้มีอะไรมากมาย"

@ เรื่องนี้ สมเด็จ ฮุน เซน จะต้องพูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยหรือไม่

 พล.อ.ชวลิตบอกชัดเจนไปแล้วนะครับ คงไม่ต้องมีอะไรอธิบายมากมาย หรือจะไปขยายให้มันกว้างขวางขึ้น สมเด็จ ฮุน เซน ก็ได้เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ คงจะมีการพูดคุยกันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเป็นธรรมดาเมื่อผู้นำประเทศพบปะกันก็จะต้องมีการพูดคุยกันถึงปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

@ หลายคนเป็นห่วงว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะเกิดปัญหา

 โอ๊ย...คงไม่เกิดอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ก็เหมือนประเทศพี่น้องกัน อยู่ติดกันการให้ที่พำนัก พ.ต.ท.ทักษิณ มันเป็นคนละเรื่องอย่าเอามาโยงกันจะยิ่งทำให้วุ่นวาย เพราะการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพำนักอยู่ที่กัมพูชาก็ในฐานะเพื่อนของ สมเด็จ ฮุน เซน เท่านั้น และเชื่อว่าการให้ที่พำนัก พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างแน่นอน

@ สถานการณ์ในประเทศกัมพูชาตอนนี้เป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเสนอข่าวเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้ามาอยู่ในประเทศกัมพูชา

 ไม่มีอะไร สถานการณ์บ้านเมืองก็เป็นธรรมดาทั่วๆ ไป และตอนนี้สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ก็ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาประเทศกัมพูชา โดยตอนนี้ได้ต้อนรับแขกประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเดินทางมาเยือนตอนนี้

@ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้ามาพำนักในประเทศกัมพูชาได้เมื่อไหร่

 จะไปทราบได้อย่างไร แต่รู้เพียงว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ามาพำนักในประเทศกัมพูชาตามที่ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศไว้ ทางกัมพูชาก็ยินดี เพราะในฐานะความเป็นเพื่อนเก่ากันมาช้านาน

 ผมเกรงอย่างเดียวว่า เขาจะเอาไปขยายความทำให้เกิดปัญหา เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่มันเกิดขึ้นแบบขรุขระก็เอาเรื่องต่างๆ นานาเอาไปขยายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแบบนั้น แบบนี้ ผมก็เคยโดนปัญหาแบบนี้มา ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเลย เหตุการณ์ทางการเมืองทางโน้น (ในไทย) แล้วก็เอามาเป็นเรื่องเป็นราว มาทำให้เกิดความระหองระแหงระหว่างประเทศทั้งสอง ซึ่งตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรเพราะมันเหนื่อยมาก

@ แสดงว่าควรให้ปัญหาการเมือง หรือปัญหาภายในแต่ละประเทศแก้ไขกันเองใช่หรือไม่

 เรื่องนั้นเป็นกฎสากลทั่วไปอยู่ว่าประเทศใดที่มีปัญหาก็ควรจะแก้ไขกันเองตามสภาพความเป็นจริง แต่ขออย่างเดียวว่าทุกคนอย่าเอาปัญหาอื่นมาบัง และไม่ยอมรับความจริง แต่ถ้าทุกคน หรือทุกฝ่ายยอมรับความเป็นจริงก็จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันง่ายนิดเดียว

@ หลังจากที่สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักในประเทศกัมพูชา ทางประชาชน หรือคณะรัฐมนตรีของกัมพูชามีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร

 ปัญหาแบบนี้ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เข้าใจกันชัดเจน ทุกคนเข้าใจดีว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ควร หรือไม่ควร ทางกัมพูชาไม่มีปัญหาอะไรเลย

@ ตอนนี้ประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวพอสมควรกับการที่สมเด็จ ฮุน เซน ประกาศว่าจะให้ที่พำนักแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะ ส.ว. เตรียมที่จะยื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

 ใครจะเคลื่อนไหวอะไรก็ถือเป็นสิทธิของเขา เมื่อเขามีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เขาจะไปร้องเทพ หรือร้องต่อใครเป็นเรื่องของเขา เพราะการที่จะให้ที่พำนักใครถือเป็นสิทธิ

@ หากรัฐบาลไทยมีการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทางประเทศกัมพูชายินดีหรือไม่

 เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่อยากจะพูดไป เพราะหากไม่รู้จริง และไปพูดอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นผมไม่ขอพูดในรายละเอียดดีกว่า

@ ประเทศกัมพูชาอึดอัดกับประเด็นกรณีปราสาทพระวิหาร โดยเฉพาะอยากจะให้มีการลดกำลังทหาร
 
 เรื่องนี้ได้พูดไปหลายครั้งแล้ว และเราก็ไม่อยากให้กำลังทหารของทั้งสองประเทศต้องเผชิญหน้ากัน แต่ส่วนจะมีการลดกำลังทหารมากน้อยแค่ไหนก็จะต้องมีการหารือกัน และในอีกไม่กี่วันผมก็จะเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สามารถพูดคุยกันได้ โดยเฉพาะผู้นำเหล่าทัพของทั้งสองประเทศ

@ ความสนิทสนมกับผู้นำกองทัพของประเทศไทยแค่ไหน โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 ได้มีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งผู้นำกองทัพของทั้งสองประเทศก็มีความสนิทสนมและพูดกันตลอด โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ทางทหารของทั้งสองกองทัพมีความแน่นแฟ้นไม่มีอะไร


ทีมข่าวความมั่นคง