
อาเซียนจี้แก้ปัญหาพม่า-นิวเคลียร์
ชะอำ-อาเซียนออกแถลงการณ์พุ่งเป้าพม่า-เกาหลีเหนือ ร้องพม่าจัดเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ชวนโสมแดงกลับโต๊ะเจรจา 6 ฝ่ายแก้วิกฤตินิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี
บรรดาผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวมทั้งตัวแทนจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน เมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) ให้รัฐบาลทหารพม่าจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมในปีหน้า และขอให้เกาหลีเหนือกลับเข้าร่วมการเจรจา 6 ฝ่าย ที่มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของโสมแดง นอกเหนือจากเน้นย้ำความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ เพื่อพยุงการฟื้นตัวของประเทศจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก
ในแถลงการณ์ระบุว่า ทุกฝ่ายเน้นความสำคัญของการบรรลุการสมานฉันท์ในประเทศ และการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในปี 2553 นั้นก็ต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ครอบคลุม และโปร่งใสเพื่อความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลก
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า แถลงการณ์ครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่อาเซียนเปิดตัวคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ 42 ปีของอาเซียน ซึ่งได้รับการมองว่า หลีกเลี่ยงที่จะวิพากษ์วิจารณ์พม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติละเมิดสิทธิมนุษยชนเลวร้ายที่สุดของโลก โดยหลังจากที่เปิดตัวคณะกรรมการ ก็ได้รับการวิจารณ์จากบรรดานักเคลื่อนไหวในทันทีว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนี้เป็นเหมือนเสือกระดาษ ข้อบังคับที่มีก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับผู้ละเมิดสิทธิได้ นอกจากนี้ นักเคลื่อนไหวยังไม่พอใจที่มีการกีดกันสมาชิกจากการประชุมสุดยอดด้วย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียูกิโอะ ฮาโตยามะแห่งญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ประณามเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะไม่อดทนต่อการพัฒนานิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือ และเพื่อรับประกันสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค
นอกจากนี้ อาเซียนยังได้ดำเนินการตามข้อริเริ่มของจีนมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.5 แสนล้านบาท) ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสาธารณูปโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงโครงการของญี่ปุ่นที่สนับสนุนให้ใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และโครงการของเกาหลีใต้อีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,400 ล้านบาท) ที่จะช่วยภูมิภาครับมือกับภัยโลกร้อน นอกเหนือจากศึกษาเรื่องเขตการค้าเสรีในภูมิภาค
ในแถลงการณ์ยังร่วมแสดงความยินดีกับความสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและสหรัฐ ซึ่งเป็นการเตรียมการต้อนรับการประชุมสุดยอดระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ ที่เตรียมจะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ด้วย



