
เชลซีทวงคืนจ่าฝูงไล่ขยี้กุหลาบ5-0
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทวงตำแหน่งจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับคืนมาได้อีกครั้ง หลังเป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ถล่มชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ไปแบบยับเยินถึง 5-0 ด้าน "คาร์เลตโต" คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเจ้าถิ่นกล่าวยกย่องผลงานของลูกทีมทุกคน โดยเฉพาะ โจ โคล
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โชว์ฟอร์มได้แบบสุดเฉียบ หลังส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามแบบเต็มอัตราศึก รวมถึง โจ โคล มิดฟิลด์ร่างเล็กที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงเล่นในฐานะตัวจริงเป็นนัดแรก ก่อนเป็นฝ่ายไล่ถล่มชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเองไปแบบขาดลอยถึง 5-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 5 ลูกจากฝีเท้าของ กาเอล กิเวต์ กองหลังทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเอง นาที 20, มิกกาเอล เอสเซียง นาที 52, ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 64 และ แฟรงค์ แลมพาร์ด คนเดียว 2 เม็ด นาที 48 รวมถึงจุดโทษ นาที 59
ส่งผลให้ เชลซี ขยับจากอันดับ 2 กลับขึ้นไปรั้งบัลลังก์จ่าฝูงได้อีกครั้ง แข่ง 10 นัด มี 24 คะแนน พร้อมกับสถิติรักษาชนะในบ้าน 4 นัดรวด แต่ทว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ลงเล่นมากกว่า "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องถูกเขี่ยร่วงลงไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงอยู่เพียงแค่ 1 นัด ส่วน แบล็คเบิร์น ร่วงลงไปอยู่อันดับ 15 แข่ง 9 นัด มี 10 คะแนนเหมือนเดิม แถมยังกลายเป็นทีมลูกหนังที่โดนเจาะตาข่ายมากที่สุดร่วมกับ "เสือลาย" ฮัลล์ ทีมอันดับ 18 อีกด้วย หลังทั้งสองทีมดังกล่าวเสียประตูให้คู่แข่งเพื่อนร่วมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไปแล้วถึง 22 ลูกเท่ากัน
หลังจบเกม "คาร์เลตโต" คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวยกย่องลูกทีมทุกคนที่สามารถทำผลงานในเกมนัดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน แถมยังกล่าวชื่นชม โจ โคล กองกลางร่างเล็กที่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีมาก ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับมาลงสนามได้เป็นนัดแรก หลังต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บไปนานถึง 8 เดือนเลยทีเดียว
"พวกเราสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีมาก ผมรู้สึกชื่นชอบผลงานในเกมนัดนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่าพวกเราสามารถช่วยกันเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ผมรู้สึกประทับใจในตัวของ โจ โคล เป็นอย่างมาก ผมรู้ดีว่าเขาต้องเจองานหนักมากกว่าที่จะได้กลับมาลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพอีกครั้งหนึ่ง หลังโชคร้ายต้องเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บที่รุมเล่นงานเขามานานถึง 8 เดือน แต่สุดท้ายเขาก็สามารถฝ่าฟันมันมาได้ จึงทำให้เขาน่าจะกลับมาเป็นยอดกองกลางอัจฉริยะได้อีกครั้งอย่างแน่นอน" อันเชลอตติ กล่าว
ขณะที่ "บิ๊กแซม" แซม อัลลาไดซ์ กุนซือ "กุหลาบไฟ" กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี แม้จะรู้สึกผิดหวังกับผลงานของลูกทีมเป็นอย่างมาก แต่ทว่า เชลซี สามารถเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งเวลาหลัง จึงทำให้ทีมของเขาต้องเป็นฝ่ายปราชัยได้แบบยับเยิน
ส่วน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ชวดโอกาสขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงแบบน่าเสียดาย หลังเป็นฝ่ายพลาดท่าแพ้ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค คาถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน ของตัวเอง 0-1 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจาก เกลนน์ วีแลน นาที 86 ส่งผลให้ สเปอร์ส ยังคงอยู่อันดับ 3 แข่ง 10 นัด มี 19 คะแนนเท่าเดิม ขณะที่ สโต๊ค สามารถเก็บชัยชนะนอกบ้านเป็นนัดแรกได้สำเร็จ แต่ยังคงอยู่อันดับ 9 แข่ง 10 มี 15 แต้ม
สำหรับผลคู่แข่งอื่น วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ นาที 79 ก่อนที่เจ้าถิ่นตามทวงคืนได้จาก ซิลแวง อีแบงค์-เบล็ค จุดโทษ นาที 83, เบอร์มิงแฮม ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นไปก่อนถึง 2 ลูกจาก เลียม ริดจ์เวลล์ นาที 37 และ เจมส์ แมคฟาดเดน นาที 48 ก่อนที่ทีมเยือนตามตีไข่แตกได้จาก สกอตต์ แดนน์ กองหลังเจ้าถิ่นทำเข้าประตูตัวเอง นาที 82, ฮัลล์ เสมอ ปอร์ทสมัธ 0-0 ขณะที่ เบิร์นลีย์ พบกับความปราชัยในถิ่นของตัวเองเป็นนัดแรก หลังเป็นฝ่ายแพ้ "ลาติกส์" วีแกน โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก สตีเวน เฟลตเชอร์ นาที 4 แต่ทว่าทีมเยือนสามารถยิงแซง 3 ลูกรวดจาก ฮูโก โรดัลเลกา คนเดียว 2 เม็ด นาที 11, 51 และ เอมเมอร์สัน บอยซ์ นาที 76
ด้านศึกลูกหนังบุนเดสลีกา เยอรมนี ในคืนวันเดียวกัน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค สามารถเก็บชัยได้แบบเฉือดฉิว หลังเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์ชนะ "อินทรีแดงดำ" ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา ของตัวเอง 2-1 โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก อเลกซานเดอร์ ไมเออร์ นาที 60 แต่ทว่าเจ้าถิ่นจัดการยิงแซง 2 ลูกรวดจาก อาร์เยน ร็อบเบน นาที 69 และ ดาเนียล ฟาน บุยเต็น นาที 88 จึงทำให้ "เสือใต้" ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 แข่ง 10 มี 18 คะแนน ตามหลัง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทีมจ่าฝูงเพียง 4 แต้มเท่านั้น ส่วนผลคู่อื่น ฮันโนเวอร์ ชนะ สตุ๊ตการ์ท 1-0, ฮอฟเฟนไฮม์ ชนะ เนิร์นแบร์ก 3-0, ไมนซ์ ชนะ ไฟร์บวร์ก 3-0, มึนเชนกลัดบัค เสมอ โคโลญจน์ 0-0



