ข่าว

ยื่น 1,776 ชื่อผู้พิพากษาเสนอถอด ก.ต.ศาลฎีกา

ยื่น 1,776 ชื่อผู้พิพากษาเสนอถอด ก.ต.ศาลฎีกา

28 ส.ค. 2561

"อธ.ศาลภาค 2 - คณะตัวแทนยื่น 1,776 รายชื่อผู้พิพากษาเสนอเลขาธิการสนง.ศาลยุติธรรมลงมติถอดถอนก.ต.ในศาลฎีกาขณะที่ตรวจชื่อถูกต้องแล้วผ่านเกณฑ์ 1,733 ชื่อ

 

          28 สิงหาคม 2561 "อธ.ศาลภาค 2 - คณะ ตัวแทนยื่น 1,776 รายชื่อผู้พิพากษา เสนอเลขาธิการ สนง.ศาลยุติธรรมลงมติถอดถอน ก.ต.ในศาลฎีกา ขณะที่ตรวจชื่อถูกต้องแล้วผ่านเกณฑ์ 1,733 ชื่อ รอเริ่มกระบวนการประกาศยืนยันชื่อพรุ่งนี้ 

 

 

 

        ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก "นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล" อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 , นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางมาเป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา พร้อมรายชื่อข้าราชการตุลาการ (ผู้พิพากษา) เข้าชื่อจำนวน 1,776 คน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 มามอบให้นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 

 

        ภายหลัง "นายสืบพงษ์" เปิดเผยว่า ตนและคณะในฐานะผู้แทนผู้เข้าชื่อได้นำรายชื่อของผู้ประสงค์จะถอดถอนนายชำนาญ พ้นจาก ก.ต.ในศาลฎีกา ซึ่งแบ่งผู้พิพากษาแต่ละระดับชั้นศาลเอาไ ซึ่งเรายังไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะตรวจนับถูกต้องและมีการปิดประกาศ ถึงจะลงรายละเอียดได้

 

         เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้พิพากษาหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ทั้งหมดได้ระบุไว้ในข้อกล่าวหาที่เราได้ยื่นคำร้อง ซึ่งยังไม่เป็นที่ยุติ เราจึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ถูกกล่าวหา หลังจากนั้นประชาคมศาลยุติธรรมก็จะเป็นผู้ลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน จะต้องรอดำเนินการต่อไป

 

        ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสตอบรับจากทั้งฝ่ายผู้ร่วมลงชื่อร้องและผู้ถูกร้องสะท้อนกลับมาอย่างไรหรือโดนข่มขู่บ้างหรือไม่  นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องการข่มขู่แน่นอน ส่วนเรื่องการตอบรับหรือไม่ก็ให้ดูจากจำนวนรายชื่อผู้พิพากษาที่ได้ร่วมเข้าชื่อถึง 1,776 คน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการติดต่อพูดคุยกับผู้ถูกร้อง

 

       ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่เป็นต้นเรื่องนี้ที่ ก.ต.คนดังกล่าวอยู่ในห้องพิจารณาคดีได้ทักท้วงการพิจารณาคดีของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ได้มีการตรวจสอบการทำงานของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นด้วยหรือไม่ "นายสืบพงษ์" กล่าวว่า ตนในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 ได้ตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ รับฟังข้อเท็จจริงจากบุคคลหลายฝ่าย มีการเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จึงเป็นมูลในการร้องถอดถอน

 

          ด้าน "นายสราวุธ" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ภายหลังรับคำร้องและรายชื่อไว้แล้ว ก็กล่าว้ว่า สำนักงานศาลฯ จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม มาตรา 42, 43และระเบียบของ ก.ต.ที่ได้ออกมาในเรื่องการเข้าชื่อและการถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 

 

          โดยในการดำเนินการจะมีการรายงานให้ทราบเป็นระยะว่าได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง หากเราตรวจสอบรายชื่อครบถ้วนแล้วภายในวันนี้ เราก็จะรีบส่งให้ศาลทั่วประเทศปิดประกาศคำร้องและรายชื่อของผู้เข้าชื่อทั้งหมดพร้อมกันภายในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ร่วมแต่มีชื่ออยู่หรือประสงค์ที่จะถอนชื่อ จะสามารถแจ้งให้เอาชื่อออกได้ภายใน 20 วันนับแต่วันปิดประกาศ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ก.ต.

 

          นายสราวุธ กล่าวต่อไปว่า เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วให้ถือว่ารายชื่อของผู้เข้าชื่อที่ไม่มีการคัดค้านเป็นรายชื่อที่ถูกต้อง ถ้ามีจำนวนไม่ครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้แทนของผู้เข้าชื่อทราบเพื่อดำเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วมิได้เสนอการเข้าชื่อจนครบจำนวน ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจำหน่ายเรื่อง หากการเข้าชื่อถูกต้องตามระเบียบครบจำนวนแล้วให้ถือว่าการเข้าชื่อนั้นมีผลสมบูรณ์ เมื่อคำร้องครบถ้วนและพ้นกำหนดเวลาคัดค้านแล้วไม่มีการคัดค้าน ก็จะดำเนินการจัดส่งคำร้องไปให้ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิผู้ที่ถูกร้องขอให้ถอดถอนภายใน 7 วัน เพื่อให้ก.ต.ผู้นั้นจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำร้อง

 

"จากนั้นให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีการปิดประกาศคำชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หรือประกาศว่าไม่มีการยื่นคำชี้แจงดังกล่าวแล้วแต่กรณี ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และดำเนินการจัดให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนต่อไป ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2544 ข้อ 5 และ ข้อ 6 ต่อไป ซึ่งทางสำนักงานศาลฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดทุกประการ"

 

          ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักในการดำรงตนของผู้พิพากษานั้นควรจะเป็นอย่างไร นายสราวุธ กล่าวว่า การปฏิบัติตนของผู้พิพากษาใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้กำหนดข้อปฏิบัติไว้อยู่แล้วในมาตรา 62 บัญญัติให้ผู้พิพากษาต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายจริยธรรมด้วย ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมเป็นความผิดทางวินัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาพิพากษาคดี การวางตน การประกอบภารกิจอื่น หรือการวางตนของสมาชิกในครอบครัว มีทั้งหมด 40 กว่าข้อด้วยกัน

 

        ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการตรวจสอบรายชื่อเสร็จเรียบร้อยและครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ก.ต.ผู้ถูกร้องจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 43 ที่ระบุว่าหากมีการเข้าชื่อแล้วให้เลขาธิการสำนักงานศาลฯ จัดให้มีการลงมติ และในระหว่างนั้น ก.ต.จะทำหน้าที่ ก.ต.ไม่ได้ จึงต้องเป็นไปตามกฎหมายในมาตรา 43 นี้ ส่วนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อไหร่นั้น เรื่องนี้ตนจะต้องรายงานไปยัง ก.ต.ให้เป็นผู้วินิจฉัยว่าตามกฎหมายที่เขียนไว้ในมาตรา 43 วันที่จะต้องเริ่มหยุดปฏิบัติหน้าที่จะเริ่มจากวันไหน เมื่อมีการยื่นคำร้องเข้ามา ตนจะต้องตรวจสอบก่อนว่ารายชื่อครบถ้วนหรือไม่ และมีขั้นตอนการปิดประกาศ การที่จะกำหนดวันเริ่มนับนั้น ก.ต.จะเป็นผู้พิจารณา

 

          ส่วนการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ต.ผู้ถูกร้อง จะกระทบกับการปฏิบัติงานของ ก.ต.ทั้งคณะหรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบัน ก.ต.มีทั้งหมด 15 คน มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) ก็มีการประชุมปกติครบทั้ง 15 คน จึงไม่น่ามีปัญหากับการทำงาน

 

           "จำนวนผู้พิพากษาทั้งประเทศที่ไม่ร่วมผู้ช่วยผู้พิพากษามีทั้งหมด 4,543 คน ซึ่งจำนวน 1 ใน 5 ที่สามารถเข้าชื่อก็จะมีจำนวน 909 คน ส่วนการถอดถอนจะต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่ง เท่ากับ 2,272 คน" นายสราวุธ กล่าว

 

         ผู้สื่อข่าวถามว่านับจากวันนี้ อีกกี่วันทางสำนักงานศาลฯ ถึงจะจัดให้มีการลงมติถอดถอน ก.ต.ผู้ถูกร้องได้ นายสราวุธ กล่าวว่า ขั้นตอนเราจะต้องปิดประกาศอย่างน้อย 20 วัน เพื่อให้คนที่ไม่ได้ลงชื่อหรือประสงค์จะถอนชื่อ จากนั้นให้ ก.ต.ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงใน 7 วัน และปิดประกาศคำชี้แจงอีก 7 วัน แล้วถึงจะเข้าสู่กระบวนการการลงคะแนน ตนคิดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือนเศษ จากการอ่านกฎหมายในมาตรา 43 ที่กำหนดไว้ว่าให้ลงมติดังกล่าวภายใน 30 วันนั้น กระบวนการ 30 วันที่ว่านี้จะต้องทำขั้นตอนอื่นให้ครบถ้วนก่อน มีการตรวจรายชื่อและให้มีการชี้แจงครบถ้วนก่อน พอเสร็จขั้นตอนดังกล่าวถึงจะจัดให้มีการลงมติภายใน 30 วัน จึงจะเป็นการทำที่ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติ

 

        ต่อข้อถามที่ว่า ได้มีการดำเนินการทางวินัยกับฝ่ายใดบ้างหรือไม่จากมูลเหตุในเรื่องนี้ นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องการดำเนินการทางวินัย ทางตนมีขั้นตอนในการรับเรื่อง บางครั้งการรับเรื่องก็จะส่งผ่านจากส่วนกลางมา ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเรื่องการพิจารณาในเรื่องนี้ ส่วนจะมีการดำเนินการทางวินัยกับ ก.ต.ผู้ถูกร้องหรือไม่นั้น ตนขอตรวจสอบก่อน ขณะนี้เป็นเรื่องกระบวนการถอดถอน จึงไม่อยากให้นำไปรวมกับเรื่องกระบวนการทางวินัย

 

          ถามว่า ก.ต.คนดังกล่าวถูกร้องในประเด็นอื่นอีกหรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องการร้องเรียนทั้งหมดตนจะต้องรายงานไปยัง ก.ต. ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ตนไม่สามารถเปิดเผยในเรื่องพวกนี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องการถอดถอนถือเป็นการดำเนินการครั้งแรกตั้งแต่มีระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติถอดถอน พ.ศ.2544

 

         ทั้งนี้หาก ก.ต.ผู้ถูกร้องลาออกจาก ก.ต. กระบวนการถอดถอนจะต้องดำเนินการต่อหรือสิ้นสุดลง และประธานศาลฎีการับทราบเรื่องแล้วหรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า ต้องไปดูข้อกฎหมายอย่างละเอียดอีกที ซึ่งการถอดถอนครั้งนี้พอรับเรื่องแล้วตนต้องรายงานตามขั้นตอน

 

          ส่วนกรณีที่มีผู้พิพากษาในศาลสูงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานของศาลชั้นต้นมีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้าง นายสราวุธ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ไปลงในเนื้อหา เพราะในคำร้องก็มีรายละเอียดอยู่ ตนเชื่อว่าผู้พิพากษาทุกคนมีวิจารณญาณในรายละเอียดอยู่ ทั้งคำร้องและรายชื่อที่ส่งมา ตนจะต้องนำไปปิดประกาศทั่วประเทศ ซึ่งผู้พิพากษาจะได้อ่าน เราจะไม่พูดหรือให้ความเห็นโน้มน้าวใดๆ ทั้งนั้น

 

          สำหรับหนังสือคำร้องมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ และ น.ส.มณี ผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ดำเนินกิจการที่จัดให้ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่ง มีความประสงค์ยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและ ก.ต.ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต.

 

           กรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลนัดสืบพยานจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2177/2559 นายชำนาญซึ่งเป็นสามีของพี่สาวโจทก์และเป็นพี่ชายของทนายโจทก์ ซึ่งเข้าไปร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย เมื่อทนายโจทก์ถามค้านจำเลย ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสอบถามทนายโจทก์ว่าเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีอย่างไร นายชำนาญได้ลุกขึ้นโต้แย้งผู้พิพากษาด้วยเสียงดังว่าทำไมจะไม่เกี่ยว ท่านไม่มีสิทธิ์ถามมีหน้าที่ต้องบันทึก ถ้าไม่บันทึกจะร้องเรียน ตั้งกรรมการสอบถึงไล่ออก

 

           ผู้พิพากษาจึงบันทึกไปตามที่นายชำนาญโต้แย้งและพิจารณาคดีต่อ ช่วงบ่ายทนายความโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวอ้างมีความเห็นไม่ตรงกับโจทก์และขอเลื่อนคดีเพื่อให้โจทก์หาทนายความใหม่ เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาพบว่าทนายความโจทก์กลับไปแล้ว มีนายชำนาญนั่งตรงที่นั่งทนายความโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีแทน บอกว่าทนายโจทก์โกรธมากจะดำเนินคดีตามมาตรา 157 และร้องเรียนต่อด้วยแต่ตนห้ามไว้ ต่อไปตนก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ จะขอไปคุยกับทนายคนเดิมก่อน องค์คณะผู้พิพากษาจึงอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไป

 

            พฤติกรรมดังกล่าว นายชำนาญซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการที่มีอาวุโสสูง สามารถให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำให้คู่ความอีกฝ่ายและประชาชนทั่วไปเกิดความแคลงใจในความเป็นอิสระของผู้พิพากษา เป็นการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาทำให้เกิดอุปสรรคต่อการพิจารณาพิพากษาคดี ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2560 มาตรา 188 ที่บัญญัติให้ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติ, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 (ดูหมิ่นศาล)

 

              และขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา และข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 จึงไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ขอให้ดำเนินการจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ต่อไป

 

             สำนักงานศาลยุติธรรม ตรวจสอบรายชื่อ เอกสารถูกต้อง 1,733 รายชื่อตุลาการ เริ่มเข้าสู่กระบวนการ ถอดถอน ก.ต. ปิดประกาศทุกศาลทั่วประเทศ

 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เมื่อช่วงเย็นวันนี้ที่ผ่านมา "สำนักงานศาลยุติธรรม" ได้ตรวจสอบคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว 

 

          ปรากฏเอกสารถูกต้องครบถ้วน จำนวน 1,733 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนตามระเบียบ ก.ต. ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนฯ 


           ขณะที่ในวันนี้ "เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม" จะส่งหนังสือแจ้งเวียนรูปแบบไฟล์ PDF ทางระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หน่วยงาน Print และปิดประกาศคำร้องและรายชื่อผู้เข้าชื่อถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศโดยพร้อมเพรียงกันภายในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) และให้ตอบยืนยันการปิดประกาศไปยังสำนัก ก.ต. ทางโทรสารหรืออีเมล์โดยทันทีหลังจากปิดประกาศ