
"สทนช."จับตา 90 เขื่อนใหญ่-กลางน้ำเพิ่ม
"สทนช."จับตา 90 เขื่อนใหญ่-กลางน้ำเกินชี้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจากฝนถล่ม ใน 31 จว. ส่งผล แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำนครนายก และลำน้ำสาขาแม่น้ำโข
28 สิงหาคม 2561 นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่าสถานการณ์ฝนตกหนักขณะนี้มีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 31 จังหวัด
ทั้งนี้แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ภาคตะวันตก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ภาคใต้ จ.ระนอง
โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ ได้แก่ จ.น่าน 85.0 มม. เชียงใหม่ 82.00 มม.อุตรดิตถ์ 52.5 มม. เชียงราย 50.5 มม. แม่ฮ่องสอน 42.5 มม. พะเยา 42.5 มม. ลำปาง 41.0 มม. ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 72.5 มม. ปทุมธานี 43.8 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บึงกาฬ 79.4 มม. และภาคตะวันออก จ.นครนายก 98.5 มม. ตราด 60.6 มม. จันทบุรี 41.5 มม.
ส่งผลสถานการณ์ลำน้ำเฝ้าระวังมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น แม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ์ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และแม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก คลองพระปรง จ. สระแก้ว ที่น้ำสูงกว่าตลิ่ง ส่วนแม่น้ำเพชรบุรียังคงมีระดับสูงแต่แนวโน้มลดลง และลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่สูงกว่าตลิ่งบริเวณ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ
ในส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 52,877 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 75 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,153 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 61 รับน้ำได้อีก 20,088 ล้าน ลบ. ม. แบ่งเป็น อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนน้ำอูน 110% เขื่อนแก่งกระจาน 106% ขนาดกลาง 32 แห่ง เพิ่มขึ้น 3 แห่ง อ่างเฝ้าระวัง 80-100% ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ 90% เขื่อนวชิราลงกรณ 93% เขื่อนรัชชประภา 87% เขื่อนขุนด่านปราการชล 89% เขื่อนปราณบุรี 82% ขนาดกลาง 51 แห่ง
ทั้งนี้พื้นที่ท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวังจากการระบายน้ำ 5 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 320 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 82% มีปริมาณน้ำไหลเข้า 11.67 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 1.74 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 11.08 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 0.86 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ จะแจ้งราษฎรในพื้นที่ก่อนเพิ่มอัตราการระบาย คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีวันนี้จะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 25 ซม.
ส่วนเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 199 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 89% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 14.51ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 8.42 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลอออก 9.37 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 2.31 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 1.65 ม.เพิ่มขึ้น 1.19 ม. โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการแจ้งเตือนพื้นที่ริมแม่น้ำที่จะได้รับผลกระทบ
สำหรับเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 756 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 106% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.02 ม. เพิ่มขึ้น 4 ซม. ปริมาณน้ำไหลเข้า 17 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นประมาณ 7 ล้าน ลบ.ม.มีปริมาณน้ำไหลออก 16.28 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.52 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 66 ซม. อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 44 ซม. ทำให้พื้นที่น้ำท่วมริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเนื่องจากยังคงมีฝนตกในพื้นที่ และยังต้องเร่งระบายน้ำผ่านระบบชลประทานและแม่น้ำเพชรบุรีต่อไป
ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี น้ำไหลเข้าอ่างมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 8,221 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 79.17 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 18.52 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 52.27 ล้าน ลบ.ม.เท่าเมื่อวาน สำหรับเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 574 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 110% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 14.18 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 2.75 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 9.86 ล้าน ลบ.ม.เพิ่มขึ้น 1.01 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และมีการแจ้งเตือนให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ และนครพนม อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำเพิ่มอีก 1.0 ล้าน ลบ.ม. ในวันนี้ (28 ส.ค.61 )



