
ไลฟ์สตางค์-Que Sera Sera
ผมคงคิดไม่ต่างกับคนทั่วๆ ไปที่ดูภาพยนตร์ไทยประกันชีวิตชุดล่าสุดแล้วรู้สึกประทับใจ และดูซ้ำได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงนัก แม้จะมีความพยายามสอดแทรกตัวสินค้าเข้าไปในช็อตสุดท้าย
พูดอย่างคนทำการตลาด หนังเรื่องนี้มีวิธีนำเสนอต่างจากเรื่องก่อนๆ มาก เพราะเน้นความเรียบง่ายเป็นที่สุด ให้เรื่องถูกเล่าผ่านเพลงเพลงหนึ่ง โดยมีแววตา ความรู้สึก อารมณ์ของเด็กๆ เป็นตัวเดินเรื่อง
ถ้าตัดประเด็นการขายของออกไป เจตนาของคนทำคงอยากกระตุ้นให้คนไทยหันกลับมาดูแลกันและกัน แม้ต้องเกิดมาบนพื้นฐานความแตกต่าง ที่ไม่มีใครเลือกได้
หนังเรื่องนี้คนพูดถึงกันมาก เล่นเอากระทู้บนอินเทอร์เน็ตพุ่งสูงเป็นเงาตามตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ การเสิร์ชหาเนื้อเพลง และค้นความหมายแท้จริงของคำไม่กี่พยางค์ “Que Sera Sera” ที่ผมเข้าใจเอาเองว่ามีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ถอดความได้คือ “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด”
ถ้าดูหนังเพื่อเอาซึ้ง ไม่คิดอะไรมาก ประโยคที่ว่าก็สวยงามในตัว สอนให้คิดบวก ไม่คิดลบ แต่ถ้าคิดลึกๆ วิเคราะห์จริงๆ ผมกลับมองเป็นสองประเด็น ไม่อยากคิดเหมาๆ
ทุกครั้งที่ต้องทุกข์ ท้อแท้ รู้สึกหมดหวังกับปัญหาที่เข้ามาแบบคาดไม่ถึง หรือเกิดอุบัติเหตุชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว ต้องตกที่นั่งลำบาก ผมเห็นด้วยกับวิธีคิดแบบ Que Sera Sera ตรงที่ไม่เป็นการกระหน่ำซ้ำเติมสิ่งแย่ๆ ให้เลวร้ายลงไปอีก
เหมือนกับปลอบตัวเอง สอนให้ต้องเข้าใจ มีสติอยู่กับสิ่งที่เห็น รู้ในสิ่งที่เป็น แล้วค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ ค่อยๆ คลายปมที่ติดขัดลง จนชีวิตที่สะดุดได้กลับมาราบรื่นอีกครั้ง
แต่ครั้นจะสุดขั้วแบบปล่อยปละละเลย แล้วมีอะไรก็ใช้วลีที่ว่าอยู่ร่ำไป ผมว่าก็ไม่ใช่เหมือนกัน
เพราะนานๆ เข้าจะกลายเป็นนิสัยเคยชิน จนเข้าขั้นไม่วางแผนอะไรเลย เรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไปวันๆ
ผมว่าชีวิตที่ดีอย่าถึงขนาดปล่อยไปตามเวรตามกรรม แล้วเอาแต่นั่งปลง โทษฟ้า โทษฝน พร่ำบ่นว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิต หรือเป็นกรรมเก่าอย่างเดียว
คนเราทุกคนต้องมีความหวังและความฝัน แต่ต้องมั่นใจว่าไม่ใช่ฝันเพ้อเจ้อหรือฝันมักง่าย ฝันที่ดีในสายตาผม ต้องเรียกรอยยิ้มและสร้างแรงบันดาลใจ จุดพลังให้ต่อสู้ เพื่อก้าวให้ถึงเป้าหมายให้ได้
แต่ระหว่างทาง “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด” ห้ามไม่ได้ ต้องทำใจยอมรับ อุปสรรคมีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้บ่น ถ้าทำสำเร็จก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ต้องไม่ยอมแพ้ เปลี่ยนฝันไปไม่ใช่เรื่องผิด และค่อยๆ ทำฝันใหม่ให้เป็นจริง
แม้ไม่มีใครการันตีได้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ถ้าไม่ขยันเอาซะเลย ผมคนหนึ่งรับรองว่า ไม่สำเร็จแน่ๆ ของชัวร์
มองย้อนกลับมาที่ “Que Sera Sera” ผมว่าอาจไม่เหมาะกับเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะไม่อยากให้เอะอะอะไรก็ ช่างมัน! อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด ! ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องพรรค์นี้วางแผนก่อนได้
ไม่ถูกนัก ถ้าคิดว่าเงินเดือนหรือรายได้ที่หามาต้องใช้ให้คุ้มเหนื่อย ตายก็เอาไปไม่ได้ กฎแบบนี้ทำคนเสียหายมาก็มากแล้ว เงินใช้เงินเก็บควรต้องแบ่งและจัดสรรให้ดี กันสำรองไว้เพื่ออนาคตยามฉุกเฉิน ไม่เดินชีวิตบนเส้นสายของความประมาท ไม่ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงกับอนาคตที่ไม่มีใครคาดเดาได้ “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด” จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อพิจารณาไตร่ตรองดูแล้วว่า เรื่องนั้นๆ มาแบบไม่ได้รู้ตัว เป็นเหตุสุดวิสัยที่ป้องกันไม่ได้จริงๆ
แต่ถ้ามองดูแล้ว คิดว่ายังใส่ความรอบคอบและหาวิธีปิดรูรั่วได้ก่อน ก็ไม่ควรละเลย หรือมองข้าม ให้เจ็บใจเล่นตอนหลัง
ผมใช้ชีวิตมาก็หลายปี จนจำไม่ได้ว่า ครั้งสุดท้ายพูดประโยคที่ว่าเมื่อไหร่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญที่ผมต้องเตือนตัวเองตั้งแต่วันนี้…
จงใช้เมื่อถึงเวลาที่จำเป็น แต่ไม่พูดพร่ำเพรื่อ จนหมดค่าความศักดิ์สิทธิ์ครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



