
ผู้ทรงกุ๊ย
ชัดเจนว่า การศึกษา อายุ ไม่ได้ทำให้คนบางคนมีจิตใจที่เจริญขึ้น
แต่เหตุที่เกิดขึ้นที่อาคารจอดรถสวนสัตว์ดุสิต ที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐสภานั้นชัดเจนว่า การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับคะแนนเสียงจากชาวบ้านมา (ไม่ว่าจะซื้อมา หรือเขากาให้จริง) ต้องเรียกว่า ไม่เพียงแค่ไม่ได้ทำให้จิตใจเจริญขึ้นเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมาย หรืออับอายสายตาใครที่อาจจะอยู่ในบริเวณนั้นแม้แต่น้อย
เหตุการณ์รถยนต์ผู้สื่อข่าว และของเจ้าหน้าที่รัฐสภาถูกกรีดทั้งที่จอดในพื้นที่ที่ทางรัฐสภาจัดไว้ให้ หากไปเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง บางคนก็อาจจะคิดไปก่อนว่า ไปจอดทับที่ของคนอื่นหรือเปล่า หรือขับรถกวนอวัยวะเบื้องต่ำเขามาหรือเปล่า
บอกตรงๆ ของพรรค์นี้ไม่เจอกับตัวไม่รู้ ไม่เข้าใจหรอก
แต่ถ้าใครเคยเจอถูกกรีด-ขูดสีรถ แล้วมาเจอกับคำถามแบบนี้ ไม่แน่ความยับยั้งชั่งใจ มันอาจจะขาดผึงกลายเป็นคนถ่อย-เถื่อนได้ฉับพลันทันที
ก็ถ้าจอดทับที่ ก็ยุ่งยากเพียงแค่แจ้งเจ้าหน้าที่ประกาศหาเจ้าของให้รีบมาย้ายรถ มันก็น่าจะจบ ซึ่งก็พอๆ กับขับรถยียวนกวนบาทา ถ้าไม่ไปเฉี่ยวไปชนใคร หรือเกินกว่าที่กฎหมายเขาบังคับไว้
...ถามหน่อยคุณได้รับอาญาสิทธิ์จากไหนให้ไปกรีด-ไปขูดรถเขา
อันนี้ถ้าเกิดกับสถานที่ทั่วไป แถวร้านเหล้าขี้เมาเยอะ หรือในย่านที่พวกกุ๊ยสิงสถิตอยู่ โอกาสที่จะเกิดเหตุแบบนั้น มันก็มีอยู่สูง
แต่สำหรับอาคารจอดรถในสวนสัตว์ดุสิต ที่รัฐสภาเช่าไว้ให้จอดนี่ พวกกุ๊ย-ขี้เมาอันธพาล มันจะมีโอกาสเข้ามาหรือ ?
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเปิดดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปดูเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม กลับไปเจอภาพชายสวมสูท ติดบัตร ส.ส.เดินวนรอบรถที่ถูกกรีด
ทั้งชื่อ ทั้งหน้าตา ผู้สื่อข่าวรัฐสภาเห็นปุ๊บ ก็จำหน้าได้ปั๊บ ...พอๆ กับชาวบ้านจังหวัดที่เรียกว่า "ภาคเหนือตอนล่าง-ภาคกลางตอนบน" ถ้าได้เห็นก็น่าจะจำกันได้เช่นกัน
ถึงแม้ในแง่กฎหมายจะยังไม่สามารถชี้ได้ว่า ผู้ทรงเกียรติผู้นี้ไปทำอะไรบริเวณนั้น แต่พฤติกรรมที่เดินวนรถมันทำให้อาจเกิดการเข้าใจได้ว่า น่าจะมี "ผู้ทรงกุ๊ย" เกิดขึ้นแล้ว
ถึงแม้ในวันนี้ "ผู้เสียหาย" จะอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ แต่พฤติกรรมที่ทำไปมันบ่งชัดว่า "ความผิดสำเร็จแล้ว"
มิน่าล่ะรัฐสภาในวันนี้มันถึงได้เล่นกันแบบไร้กฎไร้กติกา นึกจะกล่าวหาด่ากราด ก็สาดซัดเข้าใส่กัน ชนิดไร้กฎไร้เกณฑ์จนเละเทะกันไปหมด !



