
ครอบครัว 7 ชีวิตหนีตาย ไม่กลับเมืองคอนฯ
ครอบครัว 7 ชีวิตหนีตาย ยืนยันไม่กลับ-ย้ายเข้ารับการคุ้มครองตำรวจนครศรีธรรมราช เหตุไม่มั่นใจในความปลอดภัย-ตำรวจพื้นที่ยังไม่มีวี่แววจับตัว "โกรัตน์" ได้
26 ส.ค. 61 - จากกรณีที่ครอบครัวพ่อตา แม่ยาย ภรรยา และลูกๆของนายวิรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนส้มโอ และผู้ส่งออกส้มรายใหญ่ใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งหมด 7 ชีวิต ต้องหนีตายจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาขอความช่วยเหลือจากนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าฯตรัง จนกระทั่งต้องนำทั้งหมดไปอยู่ในความคุ้มครองของทหาร ในค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ จ.ตรัง จนปลอดภัย เนื่องจากนายวิรัตน์ สุขแสง หรือ โกรัตน์ อายุ 48 ปีก่อเหตุทำร้ายทุบตีร่างกายภรรยา โดยใช้ทั้งอาวุธปืน อาวุธมีด และบีบคอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจมายาวนานประมาณ 5-6 ปี และยังใช้อาวุธปืนจ่อจะยิงทำร้ายลูกชายวัย 15 ปี และแม่ยายต่อเนื่องเช่นกัน และขู่จะฆ่ายกครัวมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากติดสารเสพติดอย่างรุนแรงจนเพี้ยน เกิดอาการหลอน และหวาดระแวงคนในครอบครัว จนทำให้ทุกคนต้องหนีออกจากบ้าน มาตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ลูกๆนายวิรัตน์ รวมทั้งหมด 3 คน ซึ่งหนีตายมากับครอบครัว ต้องขาดเรียนแล้วร่วม 2 สัปดาห์ โดยพล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.นครศรีธรรมราช กล่าวกับครอบครัวที่หนีตายมาอยู่ภายในค่ายทหาร ว่า ทางตำรวจขอเวลา 5 วัน จะจับตัวให้ได้และคัดค้านการประกันตัวให้ แต่ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 วัน ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจ จ.นครศรีธรรมราช จะจับกุมนายวิรัตน์ได้ คาดหนีซุกคนใหญ่คนโตที่ตำรวจไม่กล้าเข้าจับกุม
นายสำเร็จ กุลคง อายุ 79 ปี พ่อตาของนายวิรัตน์ กล่าวยืนยันว่า หากตำรวจยังจับกุมตัวนายวิรัตน์ไม่ได้ ตนเองก็ไม่กล้าพาลูกและหลาน กลับเข้าบ้านอย่างเด็ดขาด และจะไม่ขอย้ายกลับไปอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจ จ.นครศรีธรรมราช ตามที่ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช รับประกันจะคุ้มครองเต็มที่ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่จะขออยู่ในความคุ้มครองของทหารในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จ.ตรัง ต่อไป จนกว่าตำรวจจะจับกุมตัวได้ และคัดค้านการประกันตัว เพราะถ้ากลับไปเชื่อว่าจะต้องถูกฆ่ายกครัวอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในวันที่ 21 ส.ค. หลังจากที่นายวิรัตน์รู้แหล่งหลบซ่อนตัวของฝ่ายภรรยา ก็ได้ยกพวก พร้อมรถยนต์หรูประมาณ 6-7 คัน พร้อมสวมเสื้อเกราะและอาวุธครบมือไปกดดันปิดล้อมให้เจ้าของสถานที่ปล่อยตัวทั้ง 7 คน แต่ทางเจ้าของสถานที่ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.ปากพนัง เข้าช่วยเหลือ และตำรวจได้เผชิญหน้ากับนายวิรัตน์ แต่ไม่ยอมจับกุมตัวเพื่อนำไปดำเนินคดี หรือสงบสติอารมณ์ หรือนำตัวไปตรวจหาเสพติดแต่อย่างใด แต่ได้ปล่อยตัวไป ทำให้ทุกคนต้องหนีตายออกจากจังหวัดนครศรีฯมุ่งหน้าจังหวัดตรังในวันที่ 22 ส.ค. เพราะหากยังอยู่ในพื้นที่จะต้องถูกนายวิรัตน์จับตัวและฆ่ายกครัวตามที่ข่มขู่ไว้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ จากภาพวงจรปิดภายในบ้านของคืนวันที่ 14 ส.ค. หลังจากทุกคนหนีออกจากบ้าน พบภาพนายวิรัตน์ นุ่งกางเกงชั้นในตัวเดียว ในมือขวาถืออาวุธปืนพกสั้น เดินอยู่ภายในบ้านเพียงลำพังตลอดเวลา ซึ่งคนที่สนิทกับนายวิรัตน์ยืนยันว่านายวิรัตน์มีอาวุธปืนพกสั้นเถื่อนจำนวน 2กระบอก โดยกระบอกหนึ่งได้มาจากผกก.สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง.
ภาพ / ข่าว - คนิตา สีตอง



