
"จีน-ยุ่น"ทุ่ม3หมื่นล้านดอลล์ให้อาเซียน
อาเซียนถกกองทุนร่วม-คลังข้าวในไทย "กษิต" จวก "ฮุน เซน" โตแล้วน่าจะคิดได้ ลั่น "ทักษิณ" ต้องติดคุกก่อนถึงจะอยู่กัมพูชาได้ "วีระ" ตะเพิดพ้นอาเซียน ลั่น 2 พ.ย.บุกสถานทูตเขมร "แม้ว" สอน "มาร์ค" ให้เกรงใจ "ฮุน เซน" จีน-ยุ่นทุ่ม 3 หมื่น ล.ดอลล์ให้อาเซียน
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนช่วงเช้าที่รอยัลดุสิตฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีการประชุมผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมผู้นำจากประเทศมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วม โดยใช้เวลาหารือนาน 1 ชั่วโมง ในการประชุมขาดเพียง นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และนายซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ที่เพิ่งเดินทางมาถึงในช่วงเที่ยงเท่านั้น
ที่ประชุมได้หารือในประเด็นต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงเครือข่ายการสื่อสารและคมนาคมทั้งทางถนน รถไฟ ทางทะเล ทางอากาศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยไทยแสดงความพร้อมในการจัดให้มี “ศูนย์ทางหลวงอาเซียน” และคาดหวังว่าอาเซียนจะพัฒนาเส้นทางรถไฟของอาเซียนให้เป็นระบบรางคู่ ทั้งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีคลังของชาติสมาชิกไปจัดทำข้อเสนอแนะในการจัดตั้ง “กองทุนอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” โดยเชื่อมโยงกับกองทุนของจีนและญี่ปุ่นที่เสนอให้จัดตั้งขึ้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป
ทั้งนี้ผลสำเร็จสำคัญของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้จัดสรรเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.5 แสนล้านบาท) จากกองทุนอาเซียน-จีน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณูปโภค ขณะที่ญี่ปุ่นประกาศจะให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนามูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7 แสนล้านบาท) แก่ประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียนด้วย
นายกฯ ญี่ปุ่นยินดีพระอาการในหลวง
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน กับนายยูกิโอะ ฮาโตยามะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
"สองผู้นำใช้เวลาในการหารือกัน 30 นาที โดยนายกฯ ได้รับทราบถึงความยินดีที่นายกฯ ญี่ปุ่นแสดงต่อพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนายกฯ ญี่ปุ่นได้เน้นให้เห็นถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดของราชวงศ์ของไทยและญี่ปุ่นด้วย" นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธานกล่าวถึงสาระสำคัญในการหารือครั้งนี้ว่า นายกฯ ญี่ปุ่นยังเสนอแนวทางสร้างความร่วมใกล้ชิดกันของนักการเมืองทั้งสองชาติ โดยเสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนรราษฎรทั้งสองประเทศพบปะประสานงานกันมากขึ้น ทั้งยังขอให้รัฐบาลช่วยดูแลส่งเสริมบริษัทของญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งนายกฯ ของไทยก็รับปากจะให้การสนับสนุน และขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนเรื่องอาหารและแรงงานที่จะเข้าไปทำงานในญี่ปุ่น และได้ชี้แจงในเรื่องการเร่งแก้ปัญหามาบตาพุดว่าได้ดำเนินการออกระเบียบมากขึ้น ซึ่งทางญี่ปุ่นก็รับทราบ
อาเซียนถกกองทุนร่วม-คลังข้าวในไทย
นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสาระสำคัญในการประชุมอาเซียนเป็นวันที่สองว่า จะมีการหารือทบทวนประเด็นก่อนจะนำเข้าสู่การประชุมอาเซียน-จีน อาเซียน-ญี่ปุ่น และอาเซียน-เกาหลีใต้ เช่น การเร่งรัดผลักดันกองทุนพหุภาคีช่วยเหลือประเทศในภูมิภาคที่ประสบปัญหาสภาพคล่องจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะเริ่มต้นในปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนโครงการฟู้ด ซีเคียวริตี้ (Food Security) ที่ไทยเสนอให้อาเซียนตั้งสำนักงานคลังข้าวฉุกเฉินถาวรในไทยด้วย
เอ็นจีโอสิทธิฯ-กรีนพีซรุมยำอาเซียน
ส่วนความเคลื่อนไหวขององค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอกลุ่มต่างๆ ในการประชุมอาเซียนที่น่าสนใจ ได้แก่ แถลงการณ์ของศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (วายพีดี) ที่กล่าวโจมตีผู้นำของชาติอาเซียน โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า ลาว สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งกีดกันไม่ให้ผู้แทนจากที่ประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนจากชาติของตนเองเข้าพบ หรือบางชาติให้เข้าพบแล้วแต่ห้ามแสดงความคิดเห็น
ขณะที่นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประเด็น คือ 1.ขอให้ผู้นำอาเซียนผนึกกำลังกดดันผู้นำของประเทศอุตสาหกรรมทั่วโลก ยอมรับข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.สนับสนุนให้เกิดข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เข้มแข็งในการประชุมสุดยอด ที่กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้ 3.ร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยกให้แผนรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเป็นวาระเร่งด่วนของอาเซียน
"กษิต"จวก"ฮุน เซน""โตแล้วน่าจะคิดได้"
ผลกระทบจากคำให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ยังคงจุดยืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พำนักในกรุงพนมเปญ และจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้ไทย ทำให้เกิดการตอบโต้กันไปมาจนกลบประเด็นข้อตกลงอาเซียนแทบจะทั้งหมด
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.ต่างประเทศ) กล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ว่า ไทยกับกัมพูชายังมีความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ดี ประชาชนของทั้งสองประเทศยังไปมาหาสู่กัน และมีการค้าขายระหว่างกัน จึงเชื่อว่ากรณีใดกรณีหนึ่งจะไม่เป็นปัญหาต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้สิ่งที่สมเด็จฮุน เซน ให้สัมภาษณ์ไปนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้ว และคิดว่าเมื่อสมเด็จฮุน เซน ได้ฟังก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และคงได้นำกลับไปพิจารณา
นายกษิต กล่าวอีกว่า ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังเดินมาบอกกับตนว่าพร้อมสนับสนุนให้ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานการดำเนินการตามปฏิญญาริเริ่มเชียงใหม่ ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ ก็มีสิทธิ์ที่จะชุมนุมและยื่นหนังสือ แต่รัฐบาลขอว่าอย่าใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการด้วยความร้อนใจเช่นนี้ของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นเพียงบางส่วนของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
"เรื่องนี้ไม่ควรนำมาเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ควรนำมารบราฆ่าฟันกัน ทั้งนี้ไทยและกัมพูชาต้องทำตามกฎบัตรอาเซียน และกฎหมายของสหประชาชาติเพื่อให้ประชาชนของสองประเทศตามแนวชายแดนอยู่อย่างสันติ อีกทั้งผู้นำก็ต้องมีภาระหน้าที่พูดหรือทำอะไรที่ไม่นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งและการเข้าใจผิด หรือที่เรียกว่าเป็นนักการเมืองที่ดี โตๆ กันแล้ว อยู่ในแวดวงการเมืองมานาน น่าจะรู้ว่าสิ่งที่ปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศ ควรทำอย่างไร คงไม่ต้องอธิบาย สอนกันมาก” นายกษิต กล่าว
ส่วนการที่สมเด็จฮุน เซน ระบุว่า จะให้ที่พักแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ในกัมพูชานั้น นายกษิต กล่าวว่า "ผมยังไม่ทราบว่าเป็นการหาที่พักให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังถูกจำคุกในไทยแล้วหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มาติดคุกเสียก่อน ถึงจะไปอยู่ที่กัมพูชาได้"
"วีระ" ตะเพิดพ้นประชุมอาเซียน
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น และภาคเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร พร้อมเครือข่ายจำนวน 30 คน เข้ายื่นหนังสือที่ชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี เพื่อเรียกร้องให้สมเด็จฮุน เซน ออกคำสั่งนำทหารและชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ของไทยบริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยมีนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน เป็นผู้รับหนังสือ
นายวีระ กล่าวว่า กลุ่มขอเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ขอให้สมเด็จฮุน เซน นำกำลังทหารและชาวกัมพูชาออกจากดินแดนไทย 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ภายใน 7 วัน มิเช่นนั้น ประชาชนคนไทยจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป
2.ขอให้คณะกรรมการมรดกโลกรับผิดชอบที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจนมีการใช้กำลังทหารถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต และวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ กลุ่มจะเดินทางไปเรียกร้องที่สถานทูตกัมพูชาเพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ กลุ่มของนายวีระได้นำแผ่นป้ายที่เขียนข้อความภาษาอังกฤษโจมตีและขับไล่สมเด็จฮุน เซน ออกจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และยังใช้ถ้อยคำที่หยาบคายพาดพิงถึงสมเด็จฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
โฆษกรัฐย้ำไทย "ไม่แทรกแซงเพื่อนบ้าน"
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงบรรยากาศการพบกันระหว่างผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ชาติ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ตุลาคม 2552 ว่า ยังไม่มีการพบกันนอกรอบในส่วนของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ส่วนจะมีการพบกันหรือไม่ ก็ยังไม่มีการยืนยัน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า เราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะใช้หลักการบนผลประโยชน์ของชาติ จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น โดยเราจะไม่ให้ความเห็นที่ไม่ตรงกันมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของอาเซียน
ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ปฏิเสธที่จะส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้ไทย หาก พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปลี้ภัยในประเทศกัมพูชา โดยอ้างสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ข้อ 3 นายปณิธานระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว และกำลังจะส่งข้อมูลไปให้กัมพูชา ที่ผ่านมาก็มีการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้บางประเทศ
"ต้องยอมรับว่าสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยหลักการทั่วไปถือว่าเป็นการกระทำต่างตอบแทน และเป็นเรื่องที่ประเทศต่างๆ จะพิจารณาตามอำนาจอธิปไตยของประเทศนั้น แต่ที่ผ่านมาไทยก็ได้ส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปให้กัมพูชาหลายครั้ง ดังนั้นคิดว่ากัมพูชาน่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ารัฐบาลจะแสดงจุดยืนด้วยการออกแถลงการณ์ตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า "การแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีว่าให้เลือกระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของสองประเทศ ก็ถือเป็นการตอบโต้ที่แข็งกร้าวที่สุดแล้ว และการที่สมเด็จฮุน เซน ไม่ได้ตอบโต้อะไร ก็ถือว่ายอมรับคำเตือนดังกล่าว"
อัดฮุนเซนยึดอำนาจ ไทยไม่เคยแทรกแซง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนของพรรคต่อท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ว่า พรรคมีความวิตกกังวลต่อการให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซน เพราะมีผลกระทบต่อบรรยากาศอันดีของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติตลอด 40 ปี ของการก่อตั้งประชาคมภูมิภาคอาเซียนขึ้นมา ได้ยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก แต่คำให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซน ต่อหน้าสื่อนานาชาติ หลายประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเมืองประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมิตรประเทศที่สำคัญ
"พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอดีต ถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับมิตรประเทศมาตลอด ในกรณีของประเทศกัมพูชานั้น แม้ว่าเมื่อปี 2540 สมเด็จฮุน เซน จะดำเนินการยึดอำนาจในประเทศกัมพูชา แต่อาเซียนก็ไม่ได้แทรกแซงกิจการภายใน กลับให้การสนับสนุนกัมพูชาในการที่จะมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และให้การสนับสนุนการเลือกตั้งในประเทศกัมพูชาในปี 2541 จนสมเด็จฮุน เซน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา และทำให้กัมพูชาได้เข้าร่วมสมาชิกอาเซียนอย่างภาคภูมิ" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยให้ความเห็นที่กระทบต่อการเมืองในประเทศสมาชิก แม้สาเหตุของความเข้าใจผิดที่อาจจะเกิดขึ้นมาจากการเดินทางไปกัมพูชาของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังไม่ปรากฏชัดว่า พล.อ.ชวลิตให้ข้อมูลอะไรกับสมเด็จฮุน เซน จึงทำให้เกิดความเข้าใจบางส่วนที่คลาดเคลื่อน แต่เมื่อสมเด็จฮุน เซน แสดงความเห็นต่อคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เสี่ยงต่อการถูกตีความว่า กัมพูชาให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
จับพิรุธทีมโฆษก พท.ประสานโฆษกเขมร
ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุน เซน เปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณกับนางออง ซาน ซูจี นั้น นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า คงเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่เพราะท่าทีของอาเซียนต่อพม่า และนางออง ซาน ซูจี เป็นมติที่ได้รับความเห็นชอบโดยผู้นำทุกประเทศ รวมทั้งกัมพูชาด้วย
สำหรับการที่พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิตเดินทางไปกัมพูชาแล้วยังจะให้เดินทางไปประเทศพม่าและมาเลเซียต่อนั้น นพ.บุรณชัย์ กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ชวลิต ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี คำนึงถึงความละเอียดอ่อนในการที่จะเชื้อเชิญผู้นำมิตรประเทศให้ความเห็น หรือให้ข้อมูลที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเข้าใจผิดกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศที่มีชายแดนติดกัน
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีเรื่องที่ผิดสังเกตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม คือ การแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลกัมพูชาให้สื่อมวลชนต่างประเทศ เป็นการประสานงานและดำเนินการจากทีมโฆษกพรรคเพื่อไทยโดยตลอดอีกด้วย
"อภิสิทธิ์" ปิดปากเงียบ ยกเลิกแถลงข่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตลอดทั้งวันที่ 24 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่ผู้สื่อข่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งกำหนดการที่จะแถลงข่าว และตอบข้อซักถามในเวลา 14.05 น. แต่เมื่อถึงเวลากลับยกเลิกไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่า เวลา 17.20 น. จะมีการบันทึกเทปรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ที่จะออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการ โดยอนุญาตให้สื่อเข้าไปฟังการบันทึกเทปได้ แต่ต่อมาก็ยกเลิกอีก โดยระบุว่านายกฯ ติดงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์
กมธ.ตปท.ชี้ผู้นำเขมรผิดมารยาท
นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน ว่า กรรมาธิการการต่างประเทศจะเรียกประชุมด่วนในวันอังคารที่ 27 ตุลาคมนี้ เพื่อแสดงจุดยืนต่อเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้เห็นว่าการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยที่ผิดมารยาท แต่เบื้องต้นอยากให้ทุกฝ่ายตั้งสติให้ดี เพราะไม่ต้องการให้การดำเนินการต่อจากนี้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน
“รัฐบาลต้องตั้งสติ อย่าเดินตามเกมของเขา การให้ที่หลบซ่อน ไม่ส่งตัวนักโทษถือว่าไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทย และของประเทศกัมพูชาที่เคยส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว แม้สมเด็จฮุน เซน จะพูดปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีกฎหมายระหว่างประเทศ และมีหลายประเทศจับตาอย่างใกล้ชิด" นางพิกุลแก้ว กล่าว
แม้วทวิตสอนมาร์คให้เกรงใจฮุน เซน
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ทวิตเตอร์ถึงนายอภิสิทธิ์ว่า "ทราบว่าคุณอภิสิทธิ์ได้แถลงต่อว่าท่านนายกฯ ฮุน เซน เรื่องผม ผมเลยขอเตือนน้องในฐานะที่อาวุโสกว่าทุกด้านว่า อย่าเอาความแค้นความปฏิปักษ์ส่วนตัวมาใช้"
พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า "เราเป็นประธานอาเซียน เป็นเจ้าภาพ ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและมารยาทในการรับแขก ไม่เกรงใจท่านฮุน เซน ก็ต้องเกรงใจผู้นำท่านอื่นบ้าง ต้องเข้าใจว่าทุกประเทศมีเอกราช และอธิปไตยของตัวเอง เราจะไปบังคับหรือข่มขู่เขาแสดงอภิสิทธิ์เหนือเขาไม่ได้ ทำได้แค่ขอความร่วมมือตามมารยาททางการทูต"
พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุด้วยว่า "ตกลงเราตั้งกระทรวงไว้เจริญความสัมพันธ์หรือมีไว้ทำลายความสัมพันธ์กันแน่ ทำงานไปเถอะไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก แกล้งผมยังไม่พออีกหรือ ทั่วโลกเขารู้ดี ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นการเมือง"
"ผมมาจากการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่ถูกทหารปฏิวัติเขาเห็นใจกันทั้งนั้น ตามสนธิสัญญาเขาก็ยกเว้นเรื่องคดีการเมืองอยู่ ทั้งนี้การประชุมอยู่ที่ตัวสารัตถะครับ ไม่ได้อยู่ที่พิธีการ สำคัญนายกฯ ซึ่งเป็นประธานที่ประชุมต้องมีสมาธิ อย่าเห็นหน้าท่านฮุน เซน เป็นผม"
พท.เล็งจัดทัวร์พบนายใหญ่ที่เขมร
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากการพูดคุยกับเพื่อน ส.ส.ของพรรคที่เดินทางไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พ.ต.ท.ทักษิณเคยพูดเกริ่นว่าจะขยับจากดูไบมาพักอยู่ใกล้ๆ ประเทศไทย โดยจะมาที่กัมพูชา เพื่อจะให้คนที่รักชอบพอได้แวะมาเยี่ยมเยียนได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงดูไบอีก ทั้งค่าใช้จ่ายก็ถูกลงด้วย
“หากเรื่องนี้เป็นความจริง ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณมาอยู่ใกล้ๆ พวกเรา ก็มีเพื่อนที่รัก และคิดถึงพร้อมที่จะจัดทัวร์พาคณะเราไปเยี่ยมให้กำลังใจท่านทักษิณอย่างแน่นอน” ร.ต.ท.เชาวริน กล่าว
พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ที่ไหน ไกลแค่ไหนก็พร้อมที่จะบินไปเยี่ยมให้กำลังใจ ยิ่งมาอยู่ใกล้ๆ อย่างกัมพูชาก็ยิ่งไปสะดวกมากขึ้น ส่วนการจัดทัวร์ไปเยี่ยมให้กำลังใจนั้นคงต้องรอให้ชัดเจนมากกว่านี้
“ณัฐวุฒิ” เย้ยนายกฯ นานาชาติไม่ยอมรับ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวในกรณีเดียวกันว่า แทนที่นายอภิสิทธิ์จะไปสวนหมัดตอบโต้สมเด็จฮุน เซน รัฐบาลควรทบทวนตัวเองต่อสถานการณ์นี้ตั้งแต่การจัดการประชุมอาเซียนที่ครั้งนี้มีผู้นำไม่ได้เข้าร่วมพิธีเปิดกว่า 5 ประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะงานใหญ่ระดับนี้ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า สะท้อนว่าผู้นำนานาชาติไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งถือว่าทำให้ประชาชนต้องเสียหน้า
ส่วนที่ถูกมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยเอาการเมืองนอกประเทศมาบีบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ต้นเหตุของเรื่องมาจากการบริหารนโยบายต่างประเทศที่ล้มเหลว โดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ดึงเอาประเทศต่างๆ มาพัวพันกับการเมืองไทย เพราะเวลานายกษิตไปต่างประเทศก็มักไปถามประเทศต่างๆ เช่น มอนเตเนโกรว่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปอยู่ในประเทศได้อย่างไร
แดงอภิปรายนอกสภา-ชุมนุมยืดเยื้อถึงสิ้นปี
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกรัฐสภาของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการจำลองเวทีเสมือนเป็นที่ประชุมรัฐสภา โดยให้ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำ นปช. ทำหน้าที่เป็นประธานสภา มี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชาชน และนายสุพร อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย ทำหน้าที่เป็นรองประธานสภา
ขณะที่ผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย เช่น นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชาชน โดยเน้นการอภิปรายโจมตีการทำงานของรัฐบาล
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงสาเหตุการจัดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกรัฐสภาว่า รัฐบาลชุดนี้มีการทุจริตหลายโครงการ และการประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ หากรอให้ถึงต้นปี 2553 ก็เชื่อว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จะอยู่ไม่ถึง
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อถอดถอนนายกฯ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะยื่นถอดถอนในประเด็นและมาตราใดของรัฐธรรมนูญ และจะแถลงอย่างเป็นทางการได้ในสัปดาห์หน้า โดยหลังจากการระดมทุนที่เขาใหญ่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน จากนั้นปลายเดือนพฤศจิกายน จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ และยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลให้ยุบสภาภายในสิ้นปีนี้
“จตุพร” จับพิรุธบัญชีทรัพย์สิน “เทือก”
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีข้อน่าสงสัยในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยจากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่นายสุเทพยื่นก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมว.คมนาคม เมื่อปี 2540 และหลังจากพ้นตำแหน่งในปี 2544 โดยก่อนเข้ารับตำแหน่ง ระบุว่ามีที่ดิน 53 แปลง มีราคาประเมินรวม 85 ล้านบาท แต่ตอนพ้นจากตำแหน่งกลับมีที่ดินเพิ่มเป็น 71 แปลง แต่ราคารวมกลับลดลงเหลือ 82 ล้านบาทเท่านั้น จึงน่าสงสัยว่าการแจ้งบัญชีครั้งนี้เป็นการชี้แจงโดยไม่สุจริตหรือไม่
นายจตุพร ยังกล่าวโจมตีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า พรรคประชาธิปัตย์และนายกรณ์เคยอภิปรายเรื่องเกาะเคย์แมน แต่ก็มีข้อมูลว่านายกรณ์ก็ถือหุ้นในบริษัทเคย์แมนเช่นกัน และพี่ชายของนายกรณ์ก็เป็นที่ปรึกษาบริษัทดังกล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ควรอยู่ถึงวันที่ 1 มกราคม 2553 และถือเป็นหน้าที่ของคนเสื้อแดง จุดจบของรัฐบาลคือ วันที่ 31 ธันวาคม หากจบเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคมได้ก็จบ
ดัน ตท.10 นั่งหัวโต๊ะสอบทุจริตรัฐบาล
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในที่ประชุมพรรคครั้งล่าสุดได้พิจารณาถึงการบริหารงานของรัฐบาล พบว่าขณะนี้ประชาชนทนไม่ไหวต่อรัฐบาลที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลวและการทุจริตผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเกือบทุกกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม นอกจากจะส่อทุจริตในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการเช่าซื้อรถเมล์เอ็นจีวีแล้ว ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของรถตู้โดยสารที่วิ่งตามจังหวัดต่างๆ ที่กระทรวงคมนาคมพยายามให้ขึ้นทะเบียนให้วิ่งถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคันละ 2 แสนบาท
"ที่ประชุมจึงมีมติให้ประธานคณะกรรมาธิการสามัญ 15 ชุดจาก 35 ชุดที่มี ส.ส.เพื่อไทยนั่งเป็นประธานอยู่ ไปดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ และให้ตั้ง ตท.10 ที่มีความรู้ ความสามารถตรงกับโครงการที่ต้องตรวจสอบเข้าไปเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเป็นคู่ขนานกับรัฐบาล" นายปรีชา กล่าว
"เสธ.อู้"ชี้จิ๋วสู้ เหตุไม่ได้รับความเป็นธรรม
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต เดินสายประเทศเพื่อนบ้านว่า เป็นการดิ้นรนของคนที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบในประเทศ นี่คือการต่อสู้นอกแบบที่ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นการสู้ในกรอบอย่างสันติ อย่ามองว่าดิสเครดิตรัฐบาล แต่เขาคงไม่สามารถต่อสู้ในระบบมากกว่า เพราะฝ่ายหนึ่งได้อำนาจมาโดยมีคนคอยปกป้อง ส่วนอีกฝ่ายไม่ได้รับการปกป้องอะไรเลย
พธม.ซัดจิ๋วเอื้อแม้ว-ชักศึกเข้าบ้าน
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อดีตคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต กล่าวถึงข่าวที่ว่ากลุ่มพันธมิตรจะเจรจากับ พล.อ.ชวลิต ว่า ยอมรับว่าก่อนหน้าที่ พล.อ.ชวลิต จะสมัครเข้าพรรคเพื่อไทย เคยพบกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตร แต่ไม่ได้มีข้อตกลงกัน แต่หลังจากเข้าพรรคเพื่อไทยแล้วก็ไม่เคยพูดคุยกันเลย แม้แต่ตนก็ไม่ได้เจอเลย หากหลังจากนี้ พล.อ.ชวลิต ต้องการจะเจรจากับเราก็ต้องเป็นเรื่องที่ 5 แกนนำจะพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ไม่มีการตกลงเป็นการส่วนตัว
“ถ้าพันธมิตรจะเจรจากับ พล.อ.ชวลิต ถือว่ายากมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ท่านไปพบสมเด็จฮุน เซน โดยไปเจรจาเพื่อช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ลี้ภัย เท่ากับสนับสนุนให้ต่างชาติไม่ยอมรับหลักนิติรัฐของไทย ทำให้การเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารยากมากขึ้น ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบโดยตรง พฤติกรรมเช่นนี้จึงเข้าข่ายชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน” โฆษกกลุ่มพันธมิตรกล่าว
นักวิชาการซัดฮุน เซนไร้มารยาท
นายสุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ว่า ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่งที่ใช้การประชุมอาเซียนให้สัมภาษณ์ทำนองวิจารณ์รัฐบาลไทยว่าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะการอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกระทำเหมือนกับกรณีของนางออง ซาน ซูจี เพราะที่ผ่านมากัมพูชาไม่เคยคิดจะช่วยเหลือนางซู จี แถมบ่อยครั้งยังยืนข้างรัฐบาลทหารพม่า โดยประกาศมาตลอดว่าปล่อยให้เป็นเรื่องภายในของพม่า
“คนคนนี้ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะพูดถึงเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชนได้เลย เพราะเขาไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่ใช่นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เขาคือคนสุดท้ายในโลกที่จะพูดเรื่องการปกป้องสิทธิของประชาชนได้ เพราะในกัมพูชามีปัญหาการละเมิดสิทธิมากมายมหาศาล แต่วันนี้กลับพูดในเรื่องนี้ ซึ่งล้วนแต่มาจากผลประโยชน์ส่วนตัวของเขากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งสิ้น” นายสุรัตน์ กล่าว
ศูนย์ข่าวฯป่วน กระจกโรงแรมแตกกระจาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ศูนย์สื่อมวลชนในโรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เกิดเหตุประตูกระจกนิรภัยด้านบนของโรงแรมแตกเสียงดังสนั่นในจังหวะที่มีคนเปิดประตูเดินเข้าออก สร้างความแตกตื่นตกใจให้แก่เจ้าหน้าที่อาเซียน รวมถึงสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากอุณหภูมิด้านในมีความเย็นจัด แต่อากาศด้านนอกร้อนจัด ประกอบกับมีแรงสั่นสะเทือนจากการเปิดประตูบ่อยครั้งจึงทำให้กระจกแตกร้าว
กองทัพยันไม่ห่วงเหตุวุ่นวาย
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดอาเซียน ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้วางแผนดูแลการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยทุกเช้าจะมีการประชุมผ่านวิดีทัศน์ทางไกล หรือวีทีซี (video teleconference) ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจของแต่ละเหล่าทัพ เพื่อนำมาประมวลสถานการณ์ที่ศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย (ศอร.รปภ.) ในค่ายพระรามหก ทั้งนี้ รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ได้ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในการประชุมว่าไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงอะไร รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย



