
"กี้ร์" เฮ ! ได้ประกัน ปล่อยตัวเรือนจำ 2 ทุ่ม
ญาติยื่นสมุดบัญชีเงินฝากหลักประกันได้ครบ 5 ล้าน ศาลฎีกานักการเมืองให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดี แต่ห้ามออกนอกประเทศ รอสอบคำให้การพร้อมคดีวัฒนา เมืองสุข 5 ต.ค.นี
24 ส.ค.61 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ญาติของ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อายุ 54 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย จำเลยคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร หมายเลขดำ อม.102/2561 ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยฯ จำนวน5 ล้านบาท มายื่นเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวเพิ่มเติม หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา (23 ส.ค.) ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดไปก่อนแล้ว 3 ล้านบาท แต่ไม่ครบตามจำนวนที่ศาลตีราคาประกันไว้ที่ 5 ล้านบาท นายอริสมันต์ จึงถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปก่อนตั้งแต่เมื่อวานนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อวันนี้ญาติได้ยื่นหลักทรัพย์ครบเต็มจำนวน 5 ล้านบาทแล้ว ศาลก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายอริสมันต์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ซึ่งเป็นข้อกำหนดเหมือนกับนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 และแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ตกเป็นจำเลยอีกสำนวนเช่นกัน
โดยเมื่อเวลา 15.20 น. "นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง" ทนายความของนายอริสมันต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายปล่อยนายอริสมันต์ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา (23 ส.ค.) ซึ่งวันนี้ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยฯ จำนวน 5 ล้านบาทมายื่นต่อศาล ซึ่งนายอริสมันต์ จะได้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันนี้ เวลาประมาณ 20.00 น. ส่วนคดีนายอริสมันต์ ก็จะต้องเดินทางมาศาลตามกำหนดนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยทุกคน ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งยืนยันว่าในวันดังกล่าวนายอริสมันต์จะเดินทางไปแน่นอน โดยเราแสดงเจตนาไม่หลบหนี จะสู้คดี ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องในโครงการบ้านเอื้ออาทร หรือเกี่ยวข้องกับนายวัฒนา ซึ่งช่วงเกิดเหตุนายอริสมันต์ก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากนี้เราจะดูรายละเอียดในสำนวนและอาจจะมีการฟ้องกลับ ส่วนจะฟ้องใครบ้างในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากยังไม่ทราบรายละเอียดในสำนวนที่กำลังจะมีการพิจารณาคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีในส่วนของ นายวัฒนา อดีต รมว.พม.นั้น อัยการสูงสุด ได้ยื่นฟ้องร่วมกับพวกอีก 8 คน ประกอบด้วย นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548–2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่,น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และบริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ในความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ โดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91 ซึ่งศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา หลังจากอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 9 พ.ค.61 และนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันเดียวกันกับสำนวนคดีของนายอริสมันต์กับพวกวันที่ 5 ต.ค.นี้
ส่วนคดีที่ยื่นฟ้องนายอริสมันต์นั้น เป็นคดีหมายเลขดำ อม.102/2561 ซึ่งมีจำเลยร่วมอีก 4 คนประกอบด้วย บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา อดีต รมว.พม.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีต กคช. ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86, 91 โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน



