
ผู้ว่าฯลงพื้นที่หลังน้ำลดพบแนวพนังกั้นน้ำทรุดยาว100ม.
ผู้ว่าฯน่านนำทีมลงพื้นที่หลังน้ำลดพบแนวพนังกั้นน้ำ"บ้านพัก"ริมแม่น้ำน่านทรุดตัวยาวกว่า100เมตรขณะที่ทหารกองพันทหารม้าที่15ได้เข้าสร้างพนังกั้นตลิ่งพังชั่วคราว
23 ส.ค.2561 ที่บริเวณ ถนนคำยอด ริมน้ำน่าน เขตเทศบาลเมืองน่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต นายวรกิตติ ศรีทิพากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายณรงค์ อินโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายณรงค์ น้ำผึ้ง โยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดน่าน พ.ท.บัณฑิต ชาวกันหา ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่15 กรมทหารม้าที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสภาพแนวพนังกั้นน้ำ บ้านพักร้านอาหาร ทรุดตัวไหลลงน้ำน่าน
โดย พ.ท.บัณฑิต นำกำลังพล ชุดป้องกันบรรเทาสาธารภัย กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 กว่า 60 นาย เร่งสร้างพนังกั้นตลิ่งพังชั่วคราวหลังน้ำลดสร้างความเสียหายกว่า 100 เมตร บริเวณบ้านสวนตาลล่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจผลกระทบหลังสถานการณ์น้ำลดในเขตเทศบาลเมืองน่านพบว่า บริเวณบ้านสวนตาลล่าง ถนนคำยอดแนวริมน้ำน่านดินทรุดตัวทำให้พนังกั้นน้ำริมน้ำน่านเป็นแนวยาวกว่า 100 เมตร ทรุดตัวลง ทำให้บ้านของ ส.ต.ท.มานพ แนวราช ปลัด อบต.สะเนียน เลขที่ 2/4 ถนนคำยอด ด้านหลังบ้านได้ทรุดตัวลงน้ำและแนวรั้วบ้านของเจ้าของหอพักตายาย พังดินทุดตัวจนถึงตัวบ้าน และแนวรั้วร้านอาหาร ที่อยู่ติดกัน ก็พังลงน้ำ รวมทั้งคานสำนักงาน อสม.ด้านล่างแตกร้าวอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย ถ้าหากมีฝนตกลงมาเพิ่มดินอาจทรุดตัว ทำให้บ้านสิ่งปลูกสร้างบริเวณทรุดพังลงน้ำทั้งหมด เจ้าของบ้านได้เก็บของไปอาศัยบ้านญาติหมดแล้ว
นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากเหตุการณ์พายุโซนร้อนเบบินคา พัดถล่มทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าจากลำน้ำใน จ.น่านหลายสาย ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน ในพื้นที่ จ.น่าน ได้รับความเสียหาย ผลกระทบ จำนวน 11 อำเภอ 64 ตำบล 463 หมู่บ้าน 16,985 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง
หลังน้ำลดผลพวงของความเสียหายจากน้ำท่วม ในพื้นที่ อ.เมืองน่าน 8 ตำบล 6 หมู่บ้าน และบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองน่านที่อยู่ริมแม่น้ำน่านมาเร็วลดเร็ว แต่สร้างความเสียหายมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนคำยอด จากกระแสของน้ำทำให้แนวพนังกั้นน้ำ บ้าน ร้านอาหาร ในบริเวณนี้ทรุดพังลง ผู้พักอาศัยต้องอพยพขนทรัพย์สมบัติไปอยู่บ้านญาติเป็นการชั่วคราว ส่วนแนวทางการแก้ไขป้องกัน ฝ่ายโยธาธิการและฝังเมืองจังน่าน พร้อมเจ้าหน้าที่วิศวกรรมและฝัง ได้มาตรวจสอบพื้นที่ เพื่อดำเนินการหาแนวทางแก้ไขต่อไป
ทางด้านนายณรงค์ น้ำผึ้ง โยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากระดับน้ำน่านที่ขึ้นสูงที่ 8.40 เมตร หลงจากระดับน้ำลดลงทำให้เสถียรภาพของตลิ่งมันหายไป เกิดการพังทลายของตลิ่ง จากการพังทลายของตลิ่งทำให้กำแพงคอนกรีตที่มีน้ำหนักเคลื่อนตัวลง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค.เริ่มเกิดดินเคลื่อนตัวลงกำแพง อาคารก่อสร้างมีรอยร้าวรอยแยก
กระทั่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค.เวลา 09.00 น. โยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีเมืองน่าน หน่วยทหารในพื้นที่ประชาชนในพื้นที่ ร่วมประชุมหาแนวทางในการแก้ไขเร่งด่วน แนวทางในการแก้ไข วิศวกรของจังหวัดน่านได้ออกแบบประเมิณราคามอบให้เทศบาลเมืองน่าน เป็นหน่วยดำเนินการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ โดยมีกำลังทหารในพื้นที่ กรมทหารม้าที่ 2 กองพันทหารม้าที่ 15 โดย มาเป็นแรงงานในการดำเนินการ
ทั้งนี้ การดำเนินการมี 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกการป้องกันตลิ่งก่อนเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนที่สอง จะทำแนวกำแพงกันน้ำ ระดับบวก 8.5 ขึ้นมา จะทำให้เสถียรภาพหรือความสามารถป้องกันน้ำเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการป้องกันเร่งด่วน หลังจากนั้นความเสียหายของตลิ่ง อยู่ในพื้นที่ที่กรมโยธาได้รับงบประมาณก่อสร้าง ประจำปี 2561 โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า เทศบาล จะสร้างระบบป้องกันตลิ่งเป็นเขื่อนเรือนอิฐ เมื่อแล้วเสร็ฐจะของบประมาณจากกรมโยธามาซ่อมแซมในส่วนของกำแพงกั้นน้ำระดับ 8.5 ที่เป็นถาวรเหมือนเดิม ซึ่งคาดว่าในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์วิกฤติอย่างช้าหลังจากน้ำลดภายในต้นปี 62 ทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวปกติ



