ข่าว

สัญญาณดี !  น้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีลดลง

สัญญาณดี ! น้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีลดลง

23 ส.ค. 2561

"ศูนย์เฉพาะกิจฯชี้น้ำล้นตลิ่ง อ.เมืองเพชร 51 ซม.ระบุหลังจากเร่งระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน มีสัญญาณดีน้ำไหลเข้าเริ่มน้อยลง"

 

            23   สิงหาคม  2561 "ศูนย์เฉพาะกิจฯชี้น้ำล้นตลิ่ง อำเภอเมืองเพชร 51 เซ็นติเมตรระบุหลังจากเร่งระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน มีสัญญาณดีน้ำไหลเข้าเริ่มน้อยลง"

​​


 

 

            นายสำเริง  แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญว่าล่าสุดเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีปริมาณน้ำ 767 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 6 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 108% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.24 ม. ลดลงจากเมื่อวาน 13 ซม. ปริมาณน้ำไหลเข้า 13.41 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากเมื่อวาน 6 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณการระบายน้ำออก 19.75 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากเมื่อวาน 6 ล้าน ลบ.ม.

 

          ภาพรวมน้ำไหลลงเขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลงส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลง สำหรับสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เมื่อเวลา 06.00 น. บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่สถานีวัดกรมชลประทาน ต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว 32 ซม. แนวโน้มลดลง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ที่สถานีวัดกรมชลประทาน สูงกว่าระดับตลิ่ง 51 ซม. แนวโน้มทรงตัว  

​​          อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยังคงต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อรองรับปริมาณน้ำหากเกิดฝนตกหนัก ทั้งนี้ทุกหน่วยงานยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในการเร่งระบายน้ำที่เอ่อล้นออกจากพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเทศบาลที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่ง และสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นเครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำท่วมขัง รถสูบส่งน้ำระยะไกล เรือยนต์ผลักดันน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุกขนย้ายผู้ประสบภัย รวมถึงเรือพาย เรือท้องแบน เพื่อการสัญจรทางน้ำสนับสนุนในพื้นที่อย่างเต็มที่ด้วย 

​​

          

 

             ปัจจุบันยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 13 จังหวัด ภาคเหนือ น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ น่าน 120.0 มม. กำแพงเพชร 95.0 มม. เชียงราย 86.5 มม. อุตรดิตถ์ 43.0 มม. พะเยา 37.4 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี 77.0 มม. บึงกาฬ 52.6 มม. ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 37.6 มม. และ ภาคใต้ พังงา 212.5 มม. ภูเก็ต 170.5 มม. สตูล 133.0 มม. นราธิวาส 35.2 มม. 

​​

          จากสถานการณ์ฝนที่ยังตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทางศูนย์ฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังนอกจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยเน้นย้ำตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ) ในการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องเร่งพร่องน้ำ ให้เต็มศักยภาพของลำน้ำท้ายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนโดยประสานจังหวัด และพื้นที่เตรียมการป้องกันและช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ  ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 543 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 104% เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,032 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91% เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 194 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87% เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 332 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 85%