ข่าว

"ฟ้องศาลปกครองสั่งแบน 3 สารพิษ"

"ฟ้องศาลปกครองสั่งแบน 3 สารพิษ"

23 ส.ค. 2561

"3 มูลนิธิ"เดินหน้าฟ้องศาลปกครอง ออกคำสั่ง คกก.วัตถุอันตราย แบน 3 สารพิษ และคุ้มครองชั่วคราวระงับการนำเข้าทันที

 

             23 สิงหาคม 2561 "3 มูลนิธิ"เดินหน้าฟ้องศาลปกครอง ออกคำสั่งคณะกรรมการวัตถุอันตราย แบน 3 สารพิษ และคุ้มครองชั่วคราวระงับการนำเข้าทันทีจนกว่าศาลมีคำวินิจฉัย  

 

            นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) เปิดเผยว่าในสัปดาห์หน้า 3 มูลนิธิ ประกอบด้วย มูลนิธีชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกันฟ้องศาลปกครอง ในคำฟ้องขอให้มีการพิจารณาดำเนินการสั่งให้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแบนสารพิษร้ายแรง 3 ชนิด พาราควอต คอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซล ตามมติของกระทรวงสาธารณสุข และในคณะทำงานสารที่มีความเสี่ยงสูง 4 กระทรวงหลัก มีเมื่อมติวันที่ 5 เม.ย.ปี 60

 

            รวมทั้งจะขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการนำเข้าสารพิษร้ายแรงทั้งหมดเอาไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีพิจารณาคำสั่งในเรื่องแบนสารพิษ ส่วนอีกระลอกหลังจากนั้น จะมีการประสานรวบรวมรายชื่อเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลจากสารพิษ ยื่นฟ้องศาลแพ่งเพื่อให้บริษัทชดเชยค่าเสียหาย รวมถึงการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องของเอกชน ได้ให้ข้อมูลเผยแพร่สารว่าใช้ไม่เป็นอันตราย ขณะที่หลายประเทศ เลิกใช้จนกระทั่งศาลสหรัฐฯมีคำตัดสิน ให้บริษัทเหล่านี้ชดใช้ความเสียหายให้กับผู้ใช้สารดังกล่าวก่อเกิดโรคมะเร็งและสั่งแบนภายใน 60 วัน

 

           นายวิฑูรย์ กล่าวว่า มีคำฟ้องศาลปกครอง ต่อคณะกรรมการวัถตุอันตราย ใน 3 ประเด็นใหญ่ ดังนี้คือ 1.ขบวนการพิจารณา การตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษา และในรายงาน สะท้อนความไม่โปร่งใส ปฎิเสธไม่ใช้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล มีความพยายามขัดขวางผลวิฉัย ของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ไม่นำมาไว้ในส่วนสำคัญของรายงาน และไม่นำมาพิจาณาในบทสรุปของผู้บริหาร ขั้นตอนศึกษาผลกระทบ ไม่ถูกต้อง แม้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ มีกรรมการ 14 คน แต่คนที่มาเป็นกรรมการหลายคนจุดยืนไม่ต้องการแบน3สารพิษ โดยมีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯที่เป็นหน่วยงานชงเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณา

 

             2.มีกรรมการที่มีส่วนได้เสียอยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดังนั้นการลงมติของคณะกรรมการฯขัดมาตรา12 ของพรบ.วัถตุอันตรายปี 35 เนื่องจากมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์จากสมาคมการค้าสารพิษ ได้อยู่ร่วมในการลงมติครั้งนี้ 3.คณะกรรมการวัตถุอันตราย ไม่ทำหน้าที่ปกป้องสุขภาพประชาชน ที่ต้องทำหน้าที่ต้องแบนสารพิษต่าง ๆ ทั้งมีหลักฐานและมีรายละเอียดจำนวนมาก ที่เป็นโทษภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 

             ผอ.มูลนิธิฯ กล่าวว่า ในการฟ้องศาล จะมีขั้นตอนตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ในกระบวนการฟ้องอาศัยอำนาจศาลดำเนินการ เนื่องจากมีการลงมติไม่ชอบมาพากล อีกทั้งที่ผ่านมามีการเสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เรียกร้องให้สอบบัญชีทรัพย์สินข้าราชการ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้รับข้อมูลประเด็นไม่ชอบมาพากลเช่นกัน

 

            ทางมูลนิธิฯจึงขอให้ พิจารณาตรวจสอบเส้นทางการเงิน กลุ่มเกี่ยวข้อง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเกี่ยวข้องในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพราะมีกลุ่มคนต้านการแบนสารพิษ อยู่ในคณะกรรมการในกลุ่มนี้มีหลายคนที่เราชี้เบาะแส มีความสัมพันธ์กับเอกชนค้าสารพิษอย่างชัดเจน อย่างน้อย3คน และได้ระบุชื่อไปด้วย

 

             ส่วนอีกกลุ่ม ให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ข้าราการ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้อง การอนุมัติต่อทะเบียน 3 สารพิษ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 60 สมัยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรมว.เกษตรฯทั้งที่กระทรวงสาธารณสุข กับ 4 กระทรวงหลักมีมติไม่ต่อทะเบียน ปรากฎว่ากรมวิชาการเกษตร ให้ต่อทะเบียนได้ในที่สุด

 

            "เป็นเรื่องตลกมาก ที่นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ากรมวิชาการเกษตร ไม่มีความรู้เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ ก็เลยให้ต่อทะเบียนไปก่อน ซึ่งมีคลิปภาพเสียงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคำให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าไม่มีความรู้ จึงส่งให้คณะกรรมการวัตถุ โดยยังไม่ยังมีไม่มีคำวินิจฉัย จึงให้ต่อทะเบียนไปก่อนเลย ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้ทะเบียนสารพิษไปในช่วงที่ประเทศไทยกำลังมีพระราชพิธีสำคัญ ทั้งที่กระทรวงเกษตรฯส่งคนไปประชุมร่วมกับสธ.ทุกครั้ง ถ้าไม่มีความรู้ควรนำข้อมูลของสธ.ไปเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย "ผอ.ไบโอไทย กล่าว