
เร่งแก้ปัญหา "หนี้นอกระบบ" ใต้-อีสาน
ยธ.ประชุมแก้หนี้นอกระบบ กระจุกตัวในภาคอีสาน-ใต้ ลูกหนี้ตกเป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวทางการเมือง ข้อมูลการลงทะเบียนคนจนยังไม่สอดคล้องกับตัวเลขลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -22 ส.ค. 61 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, กรมบังคับคดี, สำนักงานยุติธรรมจังหวัดตรัง, สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุง และศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้าร่วมประชุม
พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า ในการลงพื้นที่ยุติธรรมสัญจรพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ล่าสุดในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนจ.ตรังและพัทลุงพบว่ามีปัญหาหนี้นอกระบบรุนแรง มีลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย จึงมอบหมายให้ ตนและพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะผอ.ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ผลเป็นรูปธรรมใน 2 จังหวัด โดยเฉพาะการปราบปรามนายทุนเงินกู้ที่มีอิทธิพล, การช่วยเหลือทางด้านคดี และการไกล่เกลี่ยช่วยเหลือด้านแหล่งเงินทุน วันนี้จึงประชุมหารือถึงอำนาจหน้าที่ของกรมในสังกัดกระทรวงยุติธรรมว่ามีอะไรบ้าง โดยการประชุมวันนี้เห็นว่าปัญหาที่พบในพื้นที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯที่มีจำนวนน้อยกว่า โดยบางคดีเจ้าหนี้มีความรู้ด้านกฎหมาย ลูกหนี้หรือประชาชนจะถูกเอารัดเอาเปรียบด้านกฎหมาย หรือถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เช่น กรณีใช้กฎหมายบังคับให้ลูกหนี้ย้ายออกจากบ้าน หรือให้ลูกหนี้นำโฉนดที่ดินเก็บไว้กับเจ้าหนี้ เมื่อไม่สามารถนำเงินมาจ่ายคืนได้ก็จะฟ้องศาลให้มีคำสั่งบังคับคดีเพื่อให้โฉนดตกเป็นของเจ้าหนี้ รวมถึงยังไม่มีกฎหมายเอาผิดข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการปล่อยกู้หนี้นอกระบบ
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า จากการรวบรวมข้อมูลยังไม่สามารถนำมาวิเคราะห์เป็นสถิติได้ เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ 8 ล้านกว่าราย ซึ่งทุกคนยืนยันว่าตนเองเป็นหนี้นอกระบบ ขณะที่ข้อมูลของศูนย์ลูกหนี้ฯ ะบตัวเลขลูกหนี้นอกระบบเพียง 1-2 แสนราย โดยพบปัญหาหนี้นอกระบบมากที่สุดอยู่ในภาคอีสานและภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การเมือง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อหรือถูกชักจูงเข้าไปร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงต้องมีแนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต สำหรับแนวทางแก้ไขจะไม่นำมาใช้กับจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่อยากให้เป็นโมเดลของทั้งประเทศ โดยที่การทำงานของกระทรวงยุติธรนมจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด



