
"ก้องศักด ยอดมณี" ว่าที่ผู้ว่าการ กกท.
ได้ 13-15 ทอง อชก.ถือว่าไม่ล้มเหลว
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ว่าที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนใหม่ เดินทางไปเยี่ยมชมการแข่งขันของนักกีฬาไทยในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พร้อมทั้งเปิดเผยว่า การได้เยี่ยมชมและศึกษาดูงานต่างๆ ของการจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ เนื่องจากว่าในอนาคตผู้ใหญ่หลายๆ คน มีแนวคิดอยากให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรายการใหญ่ๆ โดยเฉพาะยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 ซึ่งจะต้องเตรียมการใหญ่กว่าเอเชี่ยนเกมส์
ว่าที่ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า การเดินทางครั้งนี้ตนอยู่ในฐานะของแฟนกีฬา มีหลายชนิดกีฬาที่ทำผลงานกันได้เกินความคาดหมาย เช่น แฮนด์บอลหญิง เข้าตัดเชือกเป็นครั้งแรก หรือกีฬาทางอากาศที่คว้าเหรียญทองมาได้ หวังว่าผลงานเหล่านี้จะสร้างกระแสให้คนสนใจกีฬาเหล่านี้มากขึ้น
ดร.ก้องศักด กล่าวเสริมว่า เรื่องของกระแสเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ที่ดูไม่แพร่หลายมากนักอาจจะเป็นเพราะเหรียญรางวัลของนักกีฬาไทยยังมาไม่มาก แถมกีฬายอดนิยมอย่างฟุตบอลทีมชาย ผลงานไม่เป็นไปตามที่หวัง เรื่องนี้อาจจะเป็นนโยบายการเตรียมทีมของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่อยากใช้ผู้เล่นเยาวชน ซึ่งเด็กชุดนี้จากที่ดูก็มีความสามารถ มีอนาคต ดังนั้นอยากให้ทุกคนให้กำลังใจนักกีฬามากกว่า เพราะชุดนี้จะเป็นกำลังหลักของทีมชาติในอนาคต
“ในฐานะแฟนกีฬาคนหนึ่ง มีความเห็นว่าถ้าหากมีผู้เล่นที่อายุเกิน 23 ปีติดทีมมาชุดนี้อาจจะช่วยเรื่องของประสบการณ์ และอาจจะทำให้ทีมไปได้ไกลกว่านี้ก็ได้”
ว่าที่นายใหญ่ค่ายหัวหมาก กล่าวปิดท้ายว่า ส่วนเหรียญรางวัลที่ตั้งเป้าไว้ 17 เหรียญทอง แต่เวลาแข่งขันจริงก็มีหลายปัจจัย ทั้งสภาพจิตใจในวันนั้นๆ ถ้าหากว่าสามารถทำได้ถึงตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากได้สัก 13-15 เหรียญทอง ถือว่าไม่ล้มเหลว



