
การันตี !! น้ำ 2 เขื่อนยักษ์ควบคุมได้
ผวจ.การันตี สถานการณ์น้ำ 2 เขื่อนยักษ์กาญจนบุรีไร้ปัญหา เผย ระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อพร่องรองรับฝนเดือน ก.ย. ไม่ใช่เกิดวิกฤติ
22 ส.ค. 61 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยสถานการณ์น้ำภายหลังเป็นประธานการประชุมสานสัมพันธ์สื่อมวลชนจังหวัดกาญจนบุรี ที่ โรงแรมพรินเซสริเวอร์แคว ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 90% ของความจุ ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ มีอยู่ประมาณ 89% ของความจุ
ซึ่งปริมาณน้ำที่มีอยู่ทั้ง 2 เขื่อน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ และจากการคาดหมายสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาจังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ปริมาณฝนก็จะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นการระบายน้ำเราได้มีการประกาศไปว่าจะทำการเปิดทางน้ำล้น ระบายน้ำผ่าน สปิลเวย์ (Spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการพร่องน้ำออกเอาไว้รองรับหากเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักขึ้นมาอีกในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ดังนั้น การประกาศดังกล่าวก็ขอให้ประชาชนอย่าได้ตกอกตกใจ เพราะการเปิดสปิลเวย์ในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะการเกิดภาวะวิกฤติแต่อย่างใด
โดยปกติแล้วเขื่อนวชิราลงกรณ ระบายน้ำได้สูงสุดวันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และในวันที่ 23 - 27 ส.ค. ทาง กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ มีแผนจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และผ่านทางน้ำล้นวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็น 53 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ประมาณ 57 - 58 ล้าน ลบ.ม. เมื่อเปรียบเทียบกับการระบายก็จะพบว่ามีน้ำไหลเข้าพียงแค่ประมาณกว่า 10 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น จึงถือว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเป็นปริมาณที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
และหลังจากวันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เมื่อฝนลดลง ก็จะทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลดลงและไม่เกิน 50 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อเราระบายน้ำวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ก็จะทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเริ่มลดปริมาณลงเรื่อยๆ เมื่อถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ปริมาณน้ำก็คงจะเหลืออยู่ที่ประมาณ 88% ซึ่งจะทำให้เพียงพอต่อการรับน้ำในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ได้
นายจีระเกียรติ เปิดเผยต่อว่า ส่วนกรณีปริมาณน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์นั้นยิ่งไม่น่าเป็นห่วง เพราะ 1% ของเขื่อนสามารถรับน้ำได้มากกว่า 400 ล้าน ลบ.ม. เพราะฉะนั้นการขึ้นลงของน้ำ ทางผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์แจ้งว่าเขื่อนยังสามารถรองรับน้ำได้อีกนาน 2 - 3 เดือน
จึงเรียนไปถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในขณะนี้ ซึ่งจะต้องไปดูสถานการณ์น้ำหลังจากสิ้นเดือนสิงหาคม แต่ขอยืนยันว่า ในระหว่างนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
โดยหลังจากที่เขื่อนวชิราลงกรณ มีแผนจะระบายน้ำเพิ่มเป็น 53 ล้าน ลบ.ม. ระหว่างวันที่ 23 - 27 ส.ค. ทางจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้แจ้งไปยังจังหวัดที่อยู่ท้ายน้ำคือ จังหวัดราชบุรี และสมุทรสงคราม ให้ทราบ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร และยังบอกมาว่าน่าจะปล่อยน้ำมานานแล้วด้วยซ้ำไป เพราะแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ยังสามารถรับน้ำได้อีกมากพอสมควร
สำหรับคำแนะนำประชาชนและผู้ประกอบการที่อยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ รวมทั้งแม่น้ำแม่กลอง ทางจังหวัดได้แจ้งไปยังอำเภอต่างๆ ที่มีพื้นที่อยู่ตามลำน้ำทั้ง 3 สาย โดยให้นายอำเภอเป็นผู้แจ้งข่าวไปยังผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นั้นๆ ให้ทราบข้อมูล
ถ้าหากมีการระบายน้ำมากขึ้น ก็ให้เตรียมการป้องกันเอาไว้ เพราะปริมาณน้ำอาจจะสูงขึ้น อาจจะทำให้ส่งกระทบกับผู้ที่อยู่ตามริมตลิ่งของแม่น้ำทั้ง 3 สายบ้าง โดยเฉพาะพื้นที่ทำการเกษตร ส่วนผลกระทบด้านอื่นโดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชน จนถึงขณะนี้แทบจะไม่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเลย จะมีอยู่บ้างคือที่บริเวณท่าน้ำปากแซง ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำเอ่อล้นเข้าบ้าน จำนวน 6 หลังคาเรือน แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำที่อยู่ใกล้กับท่าเรือ
นายจีระเกียรติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ อยากจะฝากถึงกลุ่มประชาชนที่นำภาพปริมาณน้ำไปโพสต์ลงในโลกโซเชียลว่า เรามีการประชาสัมพันธ์ไปแล้วหลายครั้ง แต่ในสถานการณ์บางเรื่องบางราวอาจจะเป็นแค่ความวิตกหรือกังวลใจ แล้วนำมาโพสต์ลงไปในโลกโซเชียล
ก็อยากจะให้ประชาชนที่ติดตามดูโพสต์ต่างๆ ขอให้ลองมาดูสถานการณ์ที่แท้จริงก่อน ว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร จะได้ไม่เกิดความวิตกมากมายจนเกินเหตุ



