ข่าว

รัฐเร่งขับเคลื่อน "การดูแลสุขภาพพระสงฆ์"

รัฐเร่งขับเคลื่อน "การดูแลสุขภาพพระสงฆ์"

22 ส.ค. 2561

รัฐบาล เร่งขับเคลื่อน "ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ" ให้ปชช.มีส่วนดูแลสุขภาพสงฆ์ ผย 3 หน่วยงาน เร่งออก "บัตรประจำตัวพระสงฆ์" หวัง ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล 

 

          22 ส.ค.61-หน่วยงานภาคีขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาส ร่วมกันจัดเวที "เปิดตัวการ ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสู่พื้นที่" ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตขอนแก่น ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพพระสงฆ์เป็นอย่างมาก โดยเร่งรัดการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นกรอบและแนวทางสร้างสุขภาวะให้กับพระสงฆ์ทั่วประเทศกว่า 3 แสนรูปในทุกด้าน เพื่อฟื้นคืนบทบาทสถาบันทางศาสนาให้เป็นเสาหลักในการดูแลสุขภาพสงฆ์ด้วยประชาชน ชุมชน และสังคมไทยกันเอง ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มอบนโยบายในที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นแกนประสานนำนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญพระสงฆ์สู่การปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยให้นำ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ "1 วัด 1โรงพยาบาล/รพ.สต." ซึ่งเป็นการจับคู่การดูแลสุขภาพพระสงฆ์กับสถานบริการสุขภาพ อย่างน้อยโรงพยาบาล/รพ.สต.ละหนึ่งวัด ที่กระทรวงสาธารณสุขเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันวิสาขบูชาที่ผ่านมา รวมถึง "โครงการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลัง บวร (บ้าน วัด โรงเรียน)" ที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดให้วัด ศาสนสถาน บ้าน (ชุมชน) และโรงเรียน พลังประชารัฐ เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานจากการมีส่วนร่วม ความเสียสละของคนในชุมชน และการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ 

 

        รัฐเร่งขับเคลื่อน "การดูแลสุขภาพพระสงฆ์"

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า วันนี้ยังได้มอบให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เร่งนำธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติฉบับแรกไปขับเคลื่อนให้เกิดรูปธรรมความสำเร็จ โดยมุ่งขยายสู่ทั่วประเทศ เริ่มจากเป้าหมายการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงห์แห่งชาติสู่พื้นที่ในระยะสั้น 2 เดือนนี้ โดยภายในเดือนกันยายน 2561 เราจะมีวัดต้นแบบ 1 วัด 1 รพ./รพ.สต. ที่ดำเนินการให้ได้ผลรูปธรรม 20 วัด เริ่มจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นเป้าหมายระยะสั้น 5 เดือน คือถึงเดือนธันวาคม 2561  จะเริ่มขยายไปในภาคอื่นๆ โดยจะเพิ่มวัดต้นแบบ 1 วัด 1รพ./รพ.สต. ให้ได้อย่างน้อย 50 วัด และปี 2562 ตั้งเป้าหมายขยายผลให้ได้วัดต้นแบบทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 วัด ซึ่งต้องอาศัยความเมตตาของคณะสงฆ์ในการมอบหมายงานผ่านกลไกปกครองสงฆ์ทุกระดับด้วย          

          ด้านพระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) ประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพระสงฆ์แห่งชาติ กล่าวว่า มหาเถรสมาคมได้รับทราบและสนับสนุนการดำเนินงานของธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ โดยการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์นั้นจะยึดหลักธรรมนำโลก เพื่อมุ่งสู่ 3 เป้าหมายสำคัญคือ  1.พระสงฆ์ต้องดูแลสุขภาพกันเองได้  2.ชุมชนและสังคมร่วมกันดูแลสุขภาพพระสงฆ์ และ 3. พระสงฆ์มีบทบาทในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนได้เช่นที่เคยเป็นมา 

 

           รัฐเร่งขับเคลื่อน "การดูแลสุขภาพพระสงฆ์"

          ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานพยาบาลสังกัด สธ. และ รพ.สต. ที่มีกว่า 1 หมื่นแห่ง พร้อมแล้วสำหรับโครงการต่างๆ ที่จะหนุนเสริมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติตามนโยบายของรัฐบาล โดยบุคลากรด้านสุขภาพจะเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและดูแลวัดที่จับคู่ในพื้นที่ ให้พระสงฆ์มีสุขภาพดี รวมถึงการดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อมภายในวัด และสนับสนุนการอบรมพระคิลานุปัฏฐากด้วย

          ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สุขภาวะของพระสงฆ์ถือว่ามีความสำคัญต่อสถาบันพระพุทธศาสนา พศ. จึงมีนโยบายดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ พศ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมการปกครอง ได้เร่งดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูล จัดทำบัตรประจำตัวพระสงฆ์ และทะเบียนวัดทั่วประเทศร่วมกัน เชื่อว่าจะช่วยให้พระสงฆ์ทุกรูปเข้าถึงสิทธิและบริการทางสุขภาพ ยามอาพาธ และมีการส่งเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึง

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า พระสงฆ์เป็นประชาชนคนไทยที่มีสิทธิตามที่ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่ออาพาธก็สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพฯ ได้เหมือนประชาชนทั่วไป แต่ปัญหาคือเมื่อพระสงฆ์ออกบวชนานๆ ไม่ได้ไปทำบัตรประชาชน หรือบัตรหมดอายุและไม่ได้ต่ออายุ ใบสุทธิที่ใช้รับรองสถานภาพพระสงฆ์ก็ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ดังนั้น การทำบัตรประจำตัวพระในลักษณะเดียวกับบัตรประชาชนจะช่วยให้พระสงฆ์เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลได้

          ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สสส. พร้อมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ โดยปัจจุบันได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬากรณราชวิทยาลัย (มจร.) เคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ในระดับพื้นที่แล้ว 20 จังหวัด นอกจากนั้นได้ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน จับคู่พัฒนาสภาพแวดล้อมของวัดตามแนวทาง 5 ส ภายใต้โครงการ วัด ประชา รัฐสร้างสุข ซึ่งมีวัดเข้าร่วมแล้วกว่า 2 ,900 วัด ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารเพื่อให้ความรู้พระสงฆ์ในการดูแลสุขภาพตนเอง และให้ญาติโยมที่มาถวายอาหารพระมีความรู้เรื่องอาหารพระสงฆ์