ข่าว

เข้ม! ไม่มี-ไม่พก 'ใบขับขี่' ปรับสูงสุด 5 หมื่น

เข้ม! ไม่มี-ไม่พก 'ใบขับขี่' ปรับสูงสุด 5 หมื่น

22 ส.ค. 2561

ตำรวจแจงปรับ 1-5 หมื่น "ไม่มี-ไม่พก-ใบขับขี่" เพียงแค่อัตราปรับสูงสุดเท่านั้น ปรับจริงขึ้นอยู่กับดุลพินิจพนักงานสอบสวน-ศาล

 

               ตำรวจแจงปรับ 1 - 5 หมื่นบาท “ไม่มี-ไม่พก" ใบขับขี่ เป็นอัตราปรับสูงสุดเท่านั้น ย้ำการปรับขึ้นอยู่กับดุลพินิจพนักงานสอบสวนและศาล เผยเตรียมพิจารณายกเลิกระเบียบส่วนแบ่งค่าปรับตำรวจจราจร

 

 

               ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561 พลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ในฐานะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องปรับแก้กฎหมายจราจรเปรียบเทียบปรับกรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ว่า จะถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5 หมื่นบาท และไม่พกใบขับขี่จะถูกปรับ 1 หมื่นบาท นั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า จำนวนเงินดังกล่าวเป็นเพียงอัตราโทษปรับสูงสุดที่ระบุไว้เท่านั้น แต่การไม่พกใบขับขี่ การเปรียบเทียบปรับจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน และกรณีไม่มีใบขับขี่การเปรียบเทียบปรับจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ที่จะมีความเห็นสั่งปรับจำนวนเท่าไหร่ และกฎหมายดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. 

 

               ส่วนการปรับแก้กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้พบว่าสถิติประเทศไทยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก จึงมีแนวคิดปรับแก้ เพื่อลดปัญหาและเป็นไปตามสากล โดยเฉพาะการปรับแก้กฎหมายสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และจากนี้จะพิจารณาแบ่งรถจักรยานยนต์ออกเป็น 2 ประเภท คือ รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ที่มีซีซีมาก หรือ บิ๊กไบค์ โดยพิจารณาทบทวนการเพิ่มกฎเกณฑ์ผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ทั้งอายุ ความสามารถในการควบคุมรถ และการอบรมเฉพาะทาง

 

 

               พล.ต.ต.เอกรักษ์ ยังกล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้การขอทำใบอนุญาตขับขี่ ที่ต้องผ่านการตรวจจากแพทย์ ว่า ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ รวมไปถึงความสามารถของผู้ขับขี่ด้วย ส่วนผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว รวมไปถึงใบขับขี่ตลอดชีพแล้วเกิดอาการป่วยขึ้นภายหลังจนส่งผลต่อการขับรถ หากตำรวจพบก็จะประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาระงับการใช้ใบขับขี่ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนรวม

 

               นอกจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณายกเลิกส่วนแบ่งค่าปรับให้กับตำรวจจราจร เพื่อป้องกันข้อครหาการกวดขันวินัยจราจรบนท้องถนน และยกตัวอย่างส่วนแบ่งค่าปรับจราจรที่ผ่านมาว่า หากปรับ 100 บาท เงินจำนวน 50 บาท จะถูกส่งเข้าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 2.50 บาท เงินส่วนนี้จะเข้ากองทุนค่าใช้จ่าย และ 47.50 บาท เงินส่วนนี้จะเป็นส่วนแบ่งให้ตำรวจจราจร ซึ่งการพิจารณายกเลิกเงินส่วนแบ่งนี้ จะกระทบต่อขวัญกำลังใจตำรวจจราจรที่ปฎิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น เห็นว่าหากมีการยกเลิกจริง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะพิจารณาค่าตอบแทนอื่นๆ แทนได้