
น้ำเขื่อนแก่งกระจานเกิน 109 % ยังไม่ล้นคันกั้น
"สทนช."ห่วงสถานการณ์น้ำเพชรบุรีให้ทุกหน่วยงานเร่งสูบระบายช่วยพื้นที่ท่วมรับระบายจากเขื่อนแก่งกระจานมีน้ำเกิน 109 % ระบุน้ำสูงกว่าตลิ่งลุ่มน้ำเพชรบุรีเขตเมือง
22 สิงหาคม 2561 "สทนช."ห่วงสถานการณ์น้ำเพชรบุรี ให้ทุกหน่วยงานเร่งสูบระบายช่วยพื้นที่ท่วม รับระบายจากเขื่อนแก่งกระจานมีน้ำเกิน 109 % ระบุน้ำสูงกว่าตลิ่งลุ่มน้ำเพชรบุรี เขตเมือง 39 ซม.แต่ยังไม่ล้นคันกั้นน้ำของเทศบาลสูง40-60 ซม.
นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรียังน่าห่วง รับการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยให้ทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่อง ขณะนี้เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 773 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 109% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.37 ม. ลดลงจากเมื่อวาน 7 ซม. คิดเป็นปริมาณน้ำไหลเข้า 19.41 ล้าน ลบ.ม. ลดจากเมื่อวาน 6.2 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณการระบายน้ำยังคงสูงแต่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 22.75 ล้าน ลบ.ม. สำหรับสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เมื่อเวลา 05.00 น. บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่งที่สถานีวัดกรมชลประทาน 3 ซม. แนวโน้มลดลง
ส่วนที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่งที่สถานีวัดกรมชลประทาน 39 ซม. แต่ยังไม่ล้นคันกั้นน้ำชั่วคราวและถาวรของเทศบาลที่ได้เสริมจากระดับตลิ่งเดิมซึ่งมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 40 – 60 ซม. เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่ชุมชนเมือง และเขตเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระดับน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทุกหน่วยงานได้เร่งให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำเอ่อล้นในชุมชนหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำท่วมขัง รถสูบส่งน้ำระยะไกล เรือยนต์ผลักดันน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุกขนย้ายผู้ประสบภัย รวมถึงเรือพาย เรือท้องแบน เพื่อการสัญจรทางน้ำสนับสนุนในพื้นที่อย่างเต็มที่ด้วย
สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 14 จังหวัด ดังนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ตรัง และ สตูล โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ ได้แก่ จ.น่าน 82.0 มม. เพชรบูรณ์ 76.6 มม. แม่ฮ่องสอน 63.2 มม. พิจิตร 41.8 มม. อุตรดิตถ์ 38.8 มม. พิษณุโลก 37.0 มม. ภาคกลาง นครสวรรค์ 57.4 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร 57.4 มม. ภาคตะวันออก ตราด 53.0 มม. และ ภาคใต้ พังงา 56.5 มม.
ดังนั้น จากสถานการณ์ฝนที่ยังตกหลายพื้นที่ต่อเนื่อง ทางศูนย์ฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังนอกจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยเน้นย้ำตามข้อสั่งการของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการน้ำที่ต้องเร่งพร่องน้ำให้เต็มศักยภาพของลำน้ำท้ายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนโดยประสานจังหวัด และพื้นที่เตรียมการป้องกันและช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำให้มากที่สุด ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 534 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 103% เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,025 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91% เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 194 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87% เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 335 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบันมีแผนระบายน้ำลงแม่น้ำปราณบุรีเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 10.40 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีวันนี้ (22 ส.ค.61) จะสูงขึ้นอีกไม่เกิน 20 ซม.
กรมชลฯ ปรับแผนเพิ่มระบายน้ำ ลงแม่น้ำเพชรบุรี ในอัตรา 140-160 ลบ.ม.ต่อวินาที รับน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า วันนี้ได้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งมีปริมาตรเพิ่มขึ้น ขณะนี้ระบายท้ายเขื่อนเพชรอยู่ที่ 160-165 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะต้องระบายในระดับนี้จนกว่าปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนแก่งกระจานจะลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทั้งนี้ในส่วนแนวทางบริหารจัดการที่สำคัญเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเพชรให้ไม่เกินเกณฑ์ควบคุมที่ 150 ลบ.ม.ต่อินาที ซึ่งเป็นอัตราที่ลำน้ำเพชรบุรี ไหลผ่านตัวเมืองรับได้สุงสุดจะทำโดยการตัดยอดน้ำก่อนถึงเขื่อนเพชร เพิ่มปริมาณน้ำเข้าคลองส่งน้ำทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวารวม 4 สาย จากเดิมผันน้ำเข้า 90 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้เปิดขยายทางน้ำให้รับได้เพิ่มถึง 120 ลบ.ม.ต่อวินาที และรับน้ำเข้าคลอง D9 ออกทะเลที่ปึกเตียน อำเภอท่ายางทางหนึ่งเพื่อลดปริมาตรน้ำที่จะระบายท้ายเขื่อนเพชร
สำหรับปริมาตรน้ำที่ระบายจากเขื่อนเพชรไปยังอำเภอเมืองเพชรบุรีสูงกว่าเกณฑ์ที่ลำน้ำเพชรบุรี ที่ตัวเมืองรับได้ที่อัตรา 150 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงทำให้เมื่อเวลา 05.00 นาฬิกาวันนี้ (22 สิงหาคม) มีน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ 4 จุด อีกมาตรการสำคัญที่กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำไปก่อนหน้านี้และขณะนี้ได้ทำเพิ่มคือ การเสริมแนวป้องกันน้ำในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ นำกระสอบทรายไปปิดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำดันออกมาตามท่อมา ส่วนบริเวณที่มีน้ำซึมเข้ามาได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้เพื่อเร่งสูบกลับสู่แม่น้ำเพชรบุรี นอกจากนี้ยังมีเครื่องผลักดันน้ำ 33 เครื่องเป็นระยะๆ ในลำน้ำเพชรบุรีทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อเร่งผลักดันน้ำในจุดที่น้ำไหลช้า ส่วนที่ปลายน้ำมีเรือผลักดันน้ำรวม 26 ลำเร่งระบายน้ำแม่น้ำเพชรบุรีออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อจำกัดการขยายวงของภาวะน้ำล้นตลิ่งในเมืองเพชรบุรี ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนแลพื้นที่เศรษฐกิจน้อยที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมถนนเมืองเพชรบุรี และถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี เริ่มมีน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีทะลักเข้าท่วม ประชาชนเร่งเสริมแนวกระสอบทราย



