ข่าว

 ตั้งทีมตำบลจูงใจชาวนาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 ล้านไร่

ตั้งทีมตำบลจูงใจชาวนาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 ล้านไร่

22 ส.ค. 2561

"กฤษฎา"ตั้งทีมตำบลดันแพ็กเกจเดินสายจูงใจชาวนาเลิกปลูกข้าวรอบสองเปลี่ยนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 ล้านไร่ รัฐจ่ายเงินทุนให้ไร่ละ 2 พันบาทพักชำระหนี้ 3 ปีกำไรสูง


 
           22 สิงหาคม  2561นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระดับพื้นที่ ทั้งในระดับอำเภอ และจังหวัด หรือ อาจขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการบริหารงานอำเภอ (กบอ.) หรือ ทีมตำบล  

 

           ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต ให้เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ให้ความรู้แก่เกษตรกรตั้งแต่การเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จนถึงการเก็บเกี่ยว และหาตลาดให้ เพื่อจูงใจเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังทำนารอบ 2 โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ความชำนาญด้านการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการฟาร์มดูแลเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงมอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบการลงทะเบียนเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการด้วย

 

           ทีมตำบลต้องเตรียมสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร เปรียบเทียบความยากง่ายระหว่างการเพาะปลูกข้าวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือในการผลิตและเก็บเกี่ยว แรงงานสำหรับการเพาะปลูก วิธีการจัดเก็บผลผลิต ความเสียหายของผลผลิตเมื่อมีฝนตก ควรมีมาตรการจูงใจและผลตอบแทน การสำรวจราคาผลผลิตด้านการเกษตรผู้สมัครใจปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรประสบความสำเร็จมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 27,000 ไร่ ผลผลิต 1,100 กิโลกรัม(กก.)/ไร่ผลผลิตรวม 27,000 ตัน จำหน่ายได้ในราคา 7.50-9.60 บาท/กก. (ขึ้นอยู่กับค่าความชื้น)

 

           โดยมีต้นทุนการผลิต 2.90 บาท/กก.เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนต่อไร่ ข้าวนาปรัง (กข 15) ได้กำไรหลังหักต้นทุนประมาณ 1,980 บาท/ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้กำไรหลังหักต้นทุนประมาณ 5,000 บาท/ไร่ จะเห็นได้ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีกำไรหลังหักต้นทุนต่อไร่สูงกว่าข้าวนาปรัง 3,020 บาท/ไร่         

 

             ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้หารือกับเอกชนรายใหญ่บางราย เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตเข้ากับตลาด ภายใต้นโยบายตลาดนำการผลิต จัดหาผู้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับระยะเวลาในการจัดส่งเมล็ดพันธุ์แก่เกษตรกร การเจรจาต่อรองราคาปัจจัยการผลิต ปุ๋ย ยา เป็นต้น

   

             “ต้องลงพื้นที่ชี้แจงให้เกษตรกรเห็นผลผลิตต่อไร่ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หากร่วมโครงการจะได้กำไรดีกว่าการปลูกข้าวเพราะตลาดยังมีความต้องการจำนวนมาก โดยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำไรมากกว่าปลูกข้าวประมาณ 3,020 บาท/ไร่ ซึ่งยังไม่รวมกับ มาตรการจูงใจที่รัฐบาลจะจ่ายให้ 2,000 บาท/ไร่ การพักหนี้ให้ 3 ปี สนับสนุนทั้งเรื่องปัจจัยการผลิตและเครื่องจักร ตลอดจนเรื่องของตลาดที่จะรับซื้อได้”

 

             นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า เตรียมเสนอมาตรการเพิ่มเติมเพื่อจูงใจในการปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ 1. พักชำระหนี้ให้แก่เกษตรกร เป็นระยะเวลา 3 ปี 2. ธ.ก.ส. ให้สินเชื่อไร่ละ 2,000 บาท โดยภาครัฐชดเชยค่าดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกร 3. สนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกรในการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา ไร่ละ 2,000 บาท 4. สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรผ่านระบบสหกรณ์ 5. สร้างระบบประกันภัยผลผลิต 6. การอบรมและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในรูปแบบประชารัฐ โดยให้เกษตรตำบลดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน 7. การพัฒนาระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่ และ 8.สร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรด้วยการประกันราคารับซื้อ