
"กรมชลฯ"ปรับแผนเพิ่มระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี
"กรมชลฯ"ปรับแผนเพิ่มระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 140-160 ลบ.ม.ต่อวินาที รับน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน
22 สิงหาคม 2561 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ระดับน้ำล้นทางระบายน้ำล้นสูงประมาณ 1.44 เมตร
โดยได้เร่งระบายน้ำออกผ่านกาลักน้ำ 22 ชุด รวมกับท่อส่งน้ำ ใต้อ่าง และทางระบายน้ำล้น ในอัตรา 282 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือประมาณ วันละ 24.36 ล้านลบ.ม. กรมชลฯได้ผันน้ำหน้าเขื่อนเพชร เข้าระบบชลประทาน และคลอง ระบายน้ำ ดี9 รวมกันประมาณ 112 ลบ.ม.ต่อวินาที ไหลผ่านเขื่อนเพชร ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตรา 162 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งที่อ.เมืองต่ำกว่าตลิ่ง 0.05 เมตรโดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ระบายจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้ขอระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี ประมาณ 130 – 140 ลบ.ม./วินาที นั้น ทำให้กลางดึกของคืนที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำกัดเซาะบริเวณคันคลองฝั่งขวาของคลองส่งน้ำสายใหญ่ 3 บริเวณที่ชาวบ้านฝั่งท่อระบายน้ำไว้ ทำให้มีน้ำบ่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บริเวณฝั่งขวาของคลองส่งน้ำเป็นบริเวณกว้าง
จึงจำเป็นต้องปรับลดปริมาณน้ำที่เปิดเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 3 เป็นการชั่วคราว เพื่อซ่อมแซมคันคลองในจุดที่ชำรุดดังกล่าว ปัจจุบันได้ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ทำให้มีปริมาณน้ำส่วนหนึ่งที่ไหลล้นผ่านเขื่อนเพชรลงแม่น้ำเพชรบุรีเกินปริมาณที่แจ้งไว้ จึงได้ปรับแผนเพิ่มปริมาณน้ำเข้าคลองส่งน้ำทั้ง 4 สาย ให้มากกว่าเดิม พร้อมปรับแผนการระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเป็นประมาณ 140 – 160 ลบ.ม./วินาที จนกว่าปริมาณน้ำสูงสุดที่ระบายจากเขื่อนแก่งกระจานจะลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ทั้งนี้เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเพชรไปแล้วให้น้อยลง และเป็นการลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีให้น้อยที่สุดด้วย ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานร่วมกันในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต่างๆ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยโดยเร็วที่สุด หากเกิดน้ำท่วมขังในเขตชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตร รวมทั้ง การเตรียมพร้อมเครื่องจักรกล เครื่องมือต่างๆ และเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายทองเปลว กล่าวถึงปริมาณน้ำในแม่น้ำยม จ.แพร่ มีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง และปริมาณน้ำสูงสุดในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านในอัตรา 890 ลบ.ม./วินาที และไหลลงมาสู่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ ในอัตรา 818 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำสูงสุดได้ไหลผ่านไปแล้ว ทำให้ระดับน้ำลดลง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ส่งผลให้จะมีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีสูงสุดประมาณ 768 ลบ.ม./วินาที
อย่างไรก็ตามเพื่อลดผลกระทบต่อตัวเมืองสุโขทัย จะหน่วงน้ำไว้บริเวณประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลองยม-น่าน สายเก่าในอัตรา 100 และ 150 ลบ.ม./วินาที และควบคุมน้ำผ่านปตร.หาดสะพานจันทร์ ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 650 ลบ.ม./วินาที จากนั้น จะผันน้ำเข้าคลองเล็กทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำยม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 150 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะถูกส่งเข้าคลองตาดินและคลองบางคลอง ไปเก็บกักไว้ใน ทุ่งทะเลหลวง รวมไปถึงแก้มลิงต่าง ๆ ที่ยังสามารถรับน้ำได้ โดยให้น้ำไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย



