ข่าว

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

22 ส.ค. 2561

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี ต้นแบบผลิตภัณฑ์"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

 

           “ดอนไก่ดี” หมู่บ้านเล็กๆ ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในฐานะหมู่บ้านเบญจรงค์ต้นแบบ ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากผลิตเบญจรงค์เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนมากกว่า 150 ชีวิตแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงจากคนทั่วทุกมุมโลก

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

               “มีกรุ๊ปทัวร์มาลงทุกวัน ต่างชาติชอบมาก ญี่ปุ่นจะมาเยอะที่สุด มาฝึกลองทำ บางคนก็มาพักอยู่เป็นเดือน ส่วนเด็กนักเรียนก็มีมาบ่อย ทางโรงเรียนพามาดู เพราะสิ่งเหล่านี้นับวันจะหาดูได้ยากยิ่ง การได้มาดูมาเห็นมาสัมผัสของเด็กและเยาวชนคนไทย จะเป็นการอนุรักษ์ให้เบญจรงค์มีความยั่งยืนสืบไป”    

                อุไร แตงเอี่ยม ประธานหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี เผยกับ “คม ชัด ลึก” ระหว่างร่วมทริปชมของดี จ.สมุทรสาคร ตามโครงการ “สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์” (SAMUTSAKHON ON THE SHOW) ถึงสถานการณ์ผลิตภัณฑ์เด่นของหมู่บ้านที่วันนี้ยังมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นยังมีชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางไปดูกระบวนการผลิตไม่ขาดสายในแต่ละวัน 

                 เธอเล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะทางบ้านไม่ดี จึงพากันไปสมัครเป็นคนงานในโรงงานทำถ้วยชามตราไก่ ชื่อว่า “เสถียรภาพ” ย่านอ้อมน้อย ทำอยู่กว่า 20 ปี จนกระทั่งโรงงานเลิกกิจการ จึงกลับมาทำเองที่บ้านและขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย จนเกิดเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี ปัจจุบันมีจำนวน 5 หลังคาเรือน ประกอบด้วย อุไรเบญจรงค์ หนูเล็กเบญจรงค์ ยืนยงเบญจรงค์ แดงเบญจรงค์ และสังวาลย์เซรามิก บ้านแต่ละหลังจะผลิตลวดลายที่แตกต่างกัน อย่างบ้านแดงเบญจรงค์ที่ตนเองเป็นเจ้าของนั้นจะผลิตลายโบราณ บ้านที่อยู่ติดกันจะเป็นลายนกยูง เป็นต้น

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

               "ตอนนั้นมีเงินเก็บอยู่ 2 หมื่น จึงตัดสินใจลงทุนทำเอง เริ่มจากซื้อถ้วยชาม แจกัน เซรามิกสีขาวล้วน มาลงลวดลายตามถนัด แล้วเรียกลูกหลานซึ่งตกงานอยู่มาช่วยกันทำตามแต่ใครจะถนัด รวมทั้งคนที่เคยอยู่โรงงานเสถียรภาพด้วย จากที่นั่งทำอยู่คนเดียวก็เพิ่มสมาชิกมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นทำออกมาเท่าไหร่ขายได้หมดแล้วมีคนมารับซื้อถึงที่” 

             กระทั่งผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้านได้รับรางวัลหัตถกรรมดีเด่น "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่วนการบริหารจัดการนั้นจะจัดการกันเองในชุมชน โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ใครต้อนรับลูกค้า ใครมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ใครพาไปดูกระบวนการผลิต โดยใช้ความถนัดของแต่ละคนมากกว่าการบริหารจัดการอย่างเป็นทางการ โดยทุกหลังคาเรือนจะยึดหลักสำคัญไว้ประการหนึ่ง คือ อย่าเอาแต่ขาย สินค้าทุกชิ้นต้องมีคุณภาพด้วย เพราะถ้าทำของออกมาไม่มีคุณภาพแล้ว นักท่องเที่ยวมาครั้งเดียวก็จบ

               “ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี แต่หมู่บ้านเราก็ยังอยู่ได้ เพราะลูกค้าเชื่อใจ ไม่เคยทำงานแบบสุกเอาเผากินแม้แต่ชิ้นเดียว ทุกชิ้นจะทำอย่างละเอียดประณีต ส่วนราคาก็สามารถจับต้องได้ มีตั้งแต่ 50 บาทจนถึงหลักแสน”  

               ราคาหลักแสนนั้น เธอบอกว่าเป็นชุดสำรับดินเนอร์ มีส่วนประกอบมากกว่า 100 ชิ้น ใช้เวลาทำนานหลายเดือนกว่าจะได้มาแต่ละชุด  ส่วนลวดลายแล้วแต่ลูกค้าสั่งว่าจะเลือกแบบไหน หรือจะให้ทางกลุ่มออกแบบให้เพื่อให้เข้ากับร้านอาหารหรือภัตตาคาร 

              “ชุดสำรับดินเนอร์ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าต่างชาติที่เปิดร้านอาหารไทยในต่างแดน ถ้าใช้ชุดสำรับอาหารดินเนอร์ลวดลายเบญจรงค์ใส่อาหารก็จะทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น” อุไรเผยจุดเด่นของชุดสำรับอาหารเบญจรงค์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงสุดในหมู่เครื่องเบญจรงค์ด้วยกัน

              หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ตั้งอยู่ใน ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ภายในหมู่บ้านประกอบด้วยที่พักอาศัย “คนสร้างงาน” ลายครามและงานเบญจรงค์นับร้อยชีวิต แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ อุไรเบญจรงค์ หนูเล็กเบญจรงค์ ยืนยงเบญจรงค์ แดงเบญจรงค์ และสังวาลย์เซรามิก และโชว์รูมอีกหลายหลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเลือกชม-ซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ทุกวันตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงหกโมงเย็น

             นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์เรือนไทยหลังใหญ่ ภายใต้การดูแลของ อุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้าน ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชาติทุกภาษา พร้อมกับกิจกรรมเปิดโอกาสให้บรรดาอาคันตุกะได้ลงสี เขียนลาย ลงบนถ้วยชามเซรามิกด้วยตัวเอง ก่อนนำกลับไปเป็นที่ระลึกได้ด้วย โดยโฮมสเตย์ อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านเบญจรงค์แห่งนี้ ได้รับการการันตีด้วยรางวัลสินค้าโอท็อป  5 ดาว เมื่อปี 2546 รางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว ปี 2550 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพของเครื่องเบญจรงค์และหมู่บ้านแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี   

        เปิดยิ่งใหญ่ “สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์” 

     ประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดงาน “สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม ณ ลานกิจกรรมโซน C และบริเวณชั้น 3  โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานครว่า สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเพียบพร้อมทั้งในด้านอุตสาหกรรม การประมง เกษตรกรรม หัตถกรรม การท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สมดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์” นอกจากนี้ยังมีทำเลที่ตั้งติดกับกรุงเทพมหานคร สะดวกต่อการเดินทาง และในแผนพัฒนาจังหวัดปี 2561-2564 ได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเอาไว้ว่า “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เกษตรและอาหารปลอดภัย ท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ สังคมเป็นสุข”

 "เบญจรงค์"ดอนไก่ดี"ส่งขายทั่วไทย ส่งไปทั่วโลก" 

             ดังนั้น จังหวัดสมุทรสาครจึงร่วมกับภาคเอกชนจัดงาน “สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์” เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้สัมผัสของดี จ.สมุทรสาคร ณ กลางใจเมือง ในรูปแบบทันสมัยและแปลกใหม่ที่ผู้เข้าชมงานจะต้องอัศจรรย์ใจ ภายในงานจะนำเสนอศักยภาพด้านอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่โดดเด่นของสมุทรสาคร จำหน่ายผลิตภัณฑ์เด่นที่คัดเลือกมาแล้วว่าเป็นของที่ขึ้นชื่อภายในจังหวัด จำนวน 60 คูหา รวมกันไว้ในที่เดียว มีให้ชม ชิม ช็อปกันตามอัธยาศัย

           ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยว ที่แบ่งตามความสนใจของกลุ่มที่มีความชอบแตกต่างกัน เช่น เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน เส้นทางแสนอร่อยสำหรับนักชิม เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร ฯลฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น ท่าฉลอม ซึ่งยังคงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ของชุมชนดั้งเดิม และเป็นก้าวแรกของชุมชนจีนในสยาม หรือบ้านแพ้ว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน และยังจะได้ชมการประดิษฐ์งานฝีมือเบญจรงค์ที่ผสานไว้ทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างลงตัว ในงานยังมีวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านที่งดงาม รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัด มานำเสนอให้ได้ชมกัน 

           “งานในวันนี้เป็นเสมือนการนำผู้เข้าร่วมชมงานเยี่ยมชม จ.สมุทรสาคร โดยได้สัมผัสทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์เด่น อาหารการกิน ของดีพื้นถิ่น รวมทั้งข้อมูลด้านการท่องเที่ยวที่ครบครัน เพื่อสร้างกระแสการรับรู้และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ใกล้กรุงเทพฯ” ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้าย