
วิกฤติ ! แม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่งกระทบ 5 อำเภอ
"ศูนย์เฉพาะกิจฯ"แจ้งเตือนวันนี้น้ำท่วม อ.เมืองเพชรบุรี ล้นตลิ่งลุ่มน้ำเพชรบุรีผลกระทบรวม 5 อำเภอรับมือน้ำสูงขึ้น จากน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน สูง1.44 ม.
21 สิงหาคม 2561 “ศูนย์เฉพาะกิจฯ"แจ้งเตือนวันนี้ น้ำท่วม อ.เมืองเพชรบุรี ล้นตลิ่งลุ่มน้ำเพชรบุรี ผลกระทบรวม 5 อำเภอรับมือน้ำสูงขึ้น จากน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน สูง1.44ม.ชี้พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 9 จว.
นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญว่ามีแนวโน้มน้ำจะล้นตลิ่งที่อำเภอเมืองเพชรบุรีในวันนี้ (21 ส.ค.61) ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำในบริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จากการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 777 ล้านลบ.ม. เป็น 109% ของความจุอ่างฯ น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.44 ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 25.61 ล้านลบ.ม. การระบายน้ำออก 24.36 ล้านลบ.ม.ยังคงสูงแต่มีแนวโน้มทรงตัว โดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ล้นตลิ่ง 22 ซม.
ส่วนเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนครปริมาณน้ำ 101% มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำคิดเป็น 90% ของความจุ สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ กระทบพื้นที่รีสอร์ทที่สร้างอยู่ในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรี แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ คิดเป็น 86% ของความจุ น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 60 ซม. และเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 86% ของความจุ
อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังอ่อนลง ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง ช่วงวันที่ 21-23 ส.ค. 61 แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ทุกหน่วยงานจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (21 ส.ค. 61) มีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 9 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง กระบี่ ตรัง และ สตูล และในช่วงวันที่24-26 ส.ค. 61 ตอนเหนือของประเทศไทยจะมีร่องมรสุมพาดผ่านประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้นคาดว่าจะทำให้เกิดฝนมากขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในแม่น้ำขณะนี้ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรีที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่ล้นอาคารระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน แม่น้ำน่าน และแม่น้ำยมตอนล่างบริเวณสุโขทัย ที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงแม่น้ำโขง ที่ระดับน้ำสูงขึ้นจากฝนตกหนักในลาวและแนวโน้มระดับน้ำสูงเพิ่มขึ้น โดยล้นตลิ่งที่ จ.หนองคาย และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.นครพนม และจ.อุบลราชธานี
นายสำเริง กล่าวว่ายังพบว่า มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่า 30% ของความจุ ที่ต้องเฝ้าระวังเสี่ยงขาดแคลนน้ำ แยกเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำปัจจุบัน 690 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 28% ของความจุ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 151 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 16% ของความจุ และเขื่อนทับเสลา ปริมาณน้ำปัจจุบัน 39 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 25% ของความจุ
ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง รวม 44 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 28 แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง ภาคตะวันออก 4 แห่ง และภาคใต้ 5 แห่ง ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้เร่งแผนปฏิบัติฝนหลวงในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และเติมน้ำในเขื่อน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างการรับรู้ภาคประชาชนในการใช้น้ำอย่างประหยัด การปลูกพืชใช้น้ำน้อย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีความเสี่ยงและได้รับผลกระทบความแห้งแล้งจากปริมาณฝนที่ไม่ตกลงในพื้นที่ด้วย
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำหรับการระบายน้ำเขื่อนกระแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีน้ำเกินระดับกักเก็บร้อยละ 109 โดยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี ที่จะมีปัญหาน้ำล้นตลิ่งท่วมตัวเมืองเพชรบุรีในวันนี้ เนื่องจากขณะนี้ท้ายเขื่อนเพชรฯระบายน้ำอยู่ที่ 148.74 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งแผนเดิมของชลประทานไม่ให้เกิน 150 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้อีกเพียงแค่ 1.26 ลบ.ม.ต่อวินาทีก็จะถึงจุดเฝ้าระวังสูงสุดเนื่องจากแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่านตัวเมือง รับได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที
ทั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักชลประทานที่ 14 และโครงการชลประทานเพชรบุรี เร่งดึงน้ำออกจากอ่างเขื่อนแก่งกระจาน ด้วยกาลักน้ำอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งหาแนวทางเบี่ยงน้ำหน้าเขื่อนเพชร เพื่อลดปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชร ให้อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจน้อยที่สุด โดยได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตลอดเวลา
ทางด้านสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.)ได้ระบุถึงสถานการณ์เขื่อนที่มีน้ำระดับวิกฤติ เช่นเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีน้ำร้อยละ 101 เขื่อนแก่งกระจาน ร้อยละ 109 เขื่อนวชิราลงกรณ ร้อยละ 90 เขื่อนปราณบุรี ร้อยละ 96 เขื่อนขุนด่านปราการชล ร้อยละ 87 และเตือนภัยฝนในระดับเฝ้าระวัง จ.ปราจีนบุรี มีฝนสะสม 40.3 มม. จ.สงขลา มีฝน 59 มม. ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำ ที่มีระดับน้ำวิกฤติ ล้นตลิ่ง เช่นแม่น้ำเพชรบุรี อ.ท่ายาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี แม่น้ำป่าสัก-ป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ แม่น้ำน่าน-น่าน จ.น่าน แม่น้ำลาว-โขง จ.เชียงราย แม่น้ำสงคราม-โขง จ.สกลนคร แม่น้ำตาปี-ตาปี จ.สุราษฎร์ธานี



