
"คาร์แคร์" อาชีพนี้ไม่ตกงาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมมือกับสมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย และหจก.บางนาอุปกรณ์ ชี้ช่องคนตกงานฝึกอบรมหลักสูตรพนักงานคาร์แคร์ 3 วัน ได้งานทำแน่นอน
จากปัญหาพิษเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายคนกลายเป็นคนตกงาน ส่งผลให้คนที่ว่างงานต้องรีบขวนขวายหางานทำเพราะมีภาระรออยู่ ธุรกิจคาร์แคร์กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและพันธมิตรในนามของบริษัทต่างๆ ได้ร่วมกันเพื่อช่วยให้มีงานทำ ได้เปิดอบรมความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจอยากเรียนฟรี โดยมีทั้งที่พักและอาหารให้กินด้วย
เหิน ขมคำ หนุ่มวัย 24 ปี หนึ่งในผู้เข้ารับการอบรมคาร์แคร์ เล่าย้อนให้ฟังว่า ตกงานมาเป็นเดือนแล้ว รู้สึกหนักใจกับภาวะตกงานที่เป็นอยู่เพราะแต่ละเดือนมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ รออยู่ ทั้งค่าเลี้ยงดูลูก 2 คน ค่าเช่าบ้าน แม้แฟนจะยังมีงานทำอยู่ แต่สำหรับ 4 ปากท้องคงไม่เพียงพอหากตนเองยังไม่มีงานทำ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้องดิ้นรนมองหางานใหม่อยู่ตลอดเพื่อจะได้ช่วยให้สถานการณ์และความเป็นอยู่ในครอบครัวดีขึ้นจึงมาฝึกอบรมคาร์แคร์ที่นี่ เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานและวิชาความรู้ด้านคาร์แคร์ให้ครบถ้วนตามขั้นตอนของมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้
จากการที่ได้เริ่มฝึกมาได้ 3 วัน ทำให้รู้เกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานคาร์แคร์หลายอย่าง ซึ่งเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตนเองในการที่จะก้าวไปเป็นพนักงานคาร์แคร์อย่างเต็มตัว และที่สำคัญอาชีพนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนตกงานอย่างเขาด้วย เพราะขณะนี้พนักงานคาร์แคร์กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด
ณรงค์เดช สุขแสวง ชาวอุบลราชธานี อายุ 22 ปี เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเรียนฝึกอาชีพที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอุบลราชธานีโดยเรียนในวิชาเคาะพ่นสี จากนั้นได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำและไปสมัครงานที่สถานประกอบการคาร์แคร์แห่งหนึ่งย่านบางเขน และทางสถานประกอบการได้ส่งมาฝึกอบรมที่นี่เพื่อนำความรู้ที่ได้จากพนักงานคาร์แคร์มืออาชีพไปปรับใช้ในสถานประกอบการที่ทำอยู่
ยอมรับว่าอุปกรณ์ของสถานที่ฝึกดีมาก แบ่งแยกชนิดชัดเจน ครูฝึกก็สอนแบบไม่หวงวิชา การลงมือปฏิบัติก็เรียนรู้จากตัวรถจริงๆ เป็นการล้างรถแบบสกปรกมากๆ หรือจะเป็นการทำความสะอาดภายใน การเคลือบสี ที่เห็นได้ชัดคือสถานที่ฝึกจะแบ่งผ้าเช็ดรถเป็น 5 สี แต่ละสีจะใช้เช็ดรถตำแหน่งไม่เหมือนกันเพื่อความเป็นระเบียบร้อยร้อยและเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายกับรถของลูกค้า
"อย่างสีแดงใช้เช็ดกันชน สีเทาใช้เคลือบแวกซ์ สีเหลืองทาภายในของตัวรถ สีฟ้าเช็ดกระจก สีม่วงเช็ดขอบฝากระโปรง ทั้งหมดนี้ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับผม และพยายามเรียนรู้ทุกอย่างให้มากที่สุดครับ" ณรงค์เดชกล่าว
นายสมพงษ์ คงสมบูรณ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หจก.บางนาอุปกรณ์ สถานที่ฝึกสอน กล่าวว่า บอกได้เลยว่า ตลาดแรงงานด้านคาร์แคร์ยังเป็นที่ต้องการอีกมาก แต่เนื่องจากธุรกิจคาร์แคร์ในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐานและยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร หากสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมได้มาตรฐานรับรองได้เลยว่า ไม่ตกงาน
นางเธียรรัตน์ และนายสมพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมครบทั้ง 3 วัน และเรียนรู้จบหลักสูตรมีสถานประกอบการรองรับแน่นอน เพราะตอนนี้มีผู้ประกอบการหลายรายได้ลงชื่อจองตัวผู้เข้าฝึกอบรมรุ่นต่อไปไว้หมดแล้ว แต่เดิมคิดว่าจะเปิดถึงรุ่นที่ 4 แต่ถ้ามีผลตอบรับที่ดีก็อาจจะเปิดรุ่นต่อๆ ไปเพิ่มขึ้น ส่วนสาเหตุเปิดรับแค่รุ่นละ 25 คน นั้น เพราะว่าหอพักที่ หจก.บางนาอุปกรณ์ สามารถรองรับผู้เข้าฝึกอบรมแต่ละรุ่นได้ 25 คน เนื่องจากผู้เข้าฝึกอบรมทุกคนจะต้องมาพักที่หอแห่งนี้ในระหว่างที่เข้าร่วมกันฝึกทั้ง 3 วัน
ผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติงานในศูนย์คาร์แคร์ โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร โทร.0-2390-2212, 0-2390-0264 การอบรมทั้ง 3 วัน ผู้เข้ารับการอบรมจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
นางเธียรรัตน์ นะวะมะรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงที่มาของโครงการ "พัฒนาฝีมือแรงงานไทยสำหรับการปฏิบัติงานในศูนย์คาร์แคร์" ว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้รับข้อมูลจากสถานคาร์แคร์หลายแห่งต้องการแรงงานด้านนี้สูง ทำให้สถานประกอบบางแห่งต้องใช้แรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายทำงานด้านนี้
จากข้อมูลดังกล่าวทำให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับ หจก.บางนาอุปกรณ์ จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้านคาร์แคร์ให้มีศักยภาพและได้มาตรฐานตามหลักสากล โดยแบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 4 รุ่นๆ ละ 25 คน มีกำหนดการฝึกดังนี้ รุ่นที่ 1 วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ รุ่นที่ 2 วันที่ 2-4 มีนาคม รุ่นที่ 3 วันที่ 9-11 มีนาคม และรุ่นสุดท้าย วันที่ 16-18 มีนาคม
ผู้เข้าฝึกอบรมทุกคนจะถูกส่งตัวไปฝึกที่ หจก.บางนาอุปกรณ์ ตั้งอยู่ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กินนอนอยู่ที่นั่น 3 วัน ตามกำหนดฝึกหลักสูตร 26 ชั่วโมง โดย หจก.บางนาอุปกรณ์ ได้เตรียมหอพักและอาหารไว้สำหรับผู้เข้าฝึกอบรมพร้อม เรียกได้ว่า งานนี้ผู้เข้าการฝึกไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกให้ทั้งหมด



